สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park)

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park) ตะลุย ชมซากุระคู่ทุ่งดอกนาโนะฮานะ เหลืองอร่ามตระการตา ใกล้โตเกียว

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park) ประสบการณ์ชมซากุระมิติใหม่ ที่จะทำให้คุณตราตรึงใจ ณ คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักเดินทางหัวใจไทยทุกคน เสียงลมหายใจแห่งฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นมักจะพัดพาเอากลิ่นอายและความฝันถึงภาพดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งมาด้วยเสมอใช่มั้ยคะ? หลายคนอาจนึกถึงจุดชมซากุระชื่อดังใจกลางโตเกียวที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่ถ้าปีนี้คุณอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ ไปสัมผัสความงามของซากุระในมุมมองที่แตกต่าง น่าตื่นตาตื่นใจ และยังคงเดินทางได้สะดวกสบายจากเมืองหลวง วันนี้เรามี “เพชรเม็ดงาม” ที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลมาแนะนำค่ะ นั่นคือ “คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ” (Kumagaya Sakura Tsutsumi) ในจังหวัดไซตามะ สถานที่ซึ่งจะมอบภาพความทรงจำอันแสนพิเศษให้กับการเดินทางของคุณ

ณ สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค แห่งนี้ คุณจะได้พบกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่งริมฝั่งแม่น้ำอาราคาวะ (Arakawa River) ไม่ใช่แค่เพียงอุโมงค์ซากุระสีชมพูอ่อนหวานที่ทอดยาว แต่เป็นภาพพาโนรามาสุดอลังการของต้นซากุระโบราณกว่า 500 ต้น ที่พร้อมใจกันเบ่งบานสะพรั่งเป็นแนวกว่า 2 กิโลเมตร และที่พิเศษสุดๆ คือ พื้นดินใต้ร่มเงาซากุระนั้นกลับถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามของ “ทุ่งดอกนาโนะฮานะ” (Nanohana) ที่บานสะพรั่งแข่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลองนึกภาพสีชมพูพาสเทลตัดกับสีเหลืองสดใสภายใต้ท้องฟ้าสีครามดูสิคะ… มันคือภาพวาดจากธรรมชาติที่งดงามเกินคำบรรยายจริงๆ ค่ะ เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม แล้วไปสัมผัสความมหัศจรรย์นี้ด้วยกัน

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

สารบัญ

มากกว่าความงาม ทำไม คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ ถึงครองใจนักเดินทาง?

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park)

ความโดดเด่นของ คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงามทางสายตา แต่ยังเต็มไปด้วยมิติที่น่าสนใจอื่นๆ ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมค่ะ

  • การผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ ซากุระ & นาโนะฮานะ นี่คือไฮไลท์เด็ดที่หาชมได้ยาก การได้เห็นดอกซากุระสีชมพูอ่อนหวานบานสะพรั่งเคียงคู่ไปกับทุ่งดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใสเป็นแนวยาวสุดสายตา เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง สีสันที่ตัดกันอย่างลงตัวนี้ไม่เพียงแต่งดงามเมื่อมองจากระยะไกล แต่เมื่อคุณได้เดินเข้าไปใกล้ๆ สัมผัสกับความฟูฟ่องของกลีบซากุระ และความสดใสของดอกนาโนะฮานะที่พลิ้วไหวตามสายลม มันคือความสุขทางใจที่หาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ ค่ะ
  • ตำนานความงามกว่า 4 ศตวรรษ ความงดงามของซากุระริมฝั่งแม่น้ำอาราคาวะ ณ จุดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นนะคะ แต่เป็นที่เลื่องลือและชื่นชมมาตั้งแต่ สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นปกครองโดยโชกุนและเหล่าซามูไร การที่สถานที่แห่งนี้ยังคงความงามและเป็นที่รักของผู้คนมานานกว่า 400 ปีนั้น บ่งบอกถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก การได้มาเยือนที่นี่จึงเปรียบเสมือนการได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตค่ะ และเพื่อเป็นการตอกย้ำความงามอันเป็นอมตะ ในปี ค.ศ. 1990 ที่นี่จึงได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระยอดเยี่ยมที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความงามที่ไม่ธรรมดา ผ่านมาตรฐานการคัดเลือกที่เข้มข้น
  • ความยิ่งใหญ่ตระการตา ลองจินตนาการถึงการเดินเล่นไปตามทางที่ขนาบข้างด้วยต้นซากุระสูงใหญ่กว่า 500 ต้น ทอดยาวต่อเนื่องกันเป็นระยะทางถึง 2 กิโลเมตรดูสิคะ มันคือความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ดอกไม้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ความอุดมสมบูรณ์และความยิ่งใหญ่นี้สร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจและดื่มด่ำไปกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ความสวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งใน จุดชมซากุระ ไซตามะ ที่มอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำอย่างแท้จริง

เจาะลึก 2 ดาวเด่นแห่งคุมากายะ ซากุระ และ นาโนะฮานะ

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park)

เพื่อให้การชมดอกไม้ของคุณได้อรรถรสยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักกับพระเอกและนางเอกของงานนี้กันให้มากขึ้นอีกนิดค่ะ

ซากุระ (Sakura) สัญลักษณ์แห่งความงามอันแสนสั้น ที่คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ คุณจะได้พบกับซากุระพันธุ์ โซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ลักษณะเด่นคือมี 5 กลีบ ดอกมีสีชมพูอ่อนมากๆ จนเกือบขาว และมักจะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้นก่อนที่ใบจะผลิออกมา ทำให้มองเห็นเป็นกลุ่มก้อนสีชมพูขาวที่หนาแน่น งดงามราวกับปุยเมฆบนท้องฟ้า ความงามของซากุระนั้นมักถูกเปรียบเปรยถึงความไม่จีรังยั่งยืนในปรัชญาญี่ปุ่น เพราะมันจะบานสะพรั่งเต็มที่เพียงช่วงสั้นๆ (ประมาณ 1 สัปดาห์) ก่อนจะร่วงโรยไป การได้มาชมซากุระจึงเป็นการเตือนใจให้เราชื่นชมความงามในปัจจุบันขณะนั่นเองค่ะ

 

นาโนะฮานะ (Nanohana) สีเหลืองสดใส แต่งแต้มชีวิตชีวา ดอกไม้สีเหลืองสดใสที่บานอยู่เบื้องล่างต้นซากุระคือ นาโนะฮานะ หรือ เรปซีด (Rapeseed) หรือ ผักกาดก้านขาว พืชชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามนะคะ แต่ยังมีประโยชน์หลากหลาย ในต่างประเทศรวมถึงญี่ปุ่นเอง เมล็ดของมันถูกนำไปสกัดเป็น น้ำมันคาโนลา (Canola Oil) ที่ใช้ปรุงอาหารกันอย่างแพร่หลาย ส่วนในญี่ปุ่น ยอดอ่อนและดอกตูมของนาโนะฮานะยังถือเป็น “อาหารแห่งฤดูใบไม้ผลิ” (Shun no Aji) ที่นิยมนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น นำไปลวกแล้วทานกับซอสถั่วเหลืองหรือมัสตาร์ด (Ohitashi), ผัดกับน้ำมัน, หรือใส่ในซุปและข้าวหุงต่างๆ ให้รสชาติขมเล็กน้อยอันเป็นเอกลักษณ์ แต่บทบาทที่สำคัญที่สุดที่คุมากายะก็คือ การเป็นพรมสีเหลืองสดใสที่ช่วยขับเน้นความงามของซากุระให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การได้เห็น ทุ่งดอกนาโนะฮานะ บานสะพรั่งพร้อมกันเป็นบริเวณกว้างนั้น ช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่าเริง สดใส และเต็มไปด้วยพลังชีวิตชีวาให้กับทัศนียภาพโดยรวมค่ะ

ดื่มด่ำกับบรรยากาศ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ณ คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park)

เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว มีหลากหลายวิธีที่คุณจะสามารถเพลิดเพลินและซึมซับความงามได้อย่างเต็มที่ค่ะ

  • เดินเล่นชิลๆ ชมวิวริมน้ำ กิจกรรมพื้นฐานแต่คลาสสิกที่สุดคือการเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่ทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำอาราคาวะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นทางเดินที่ค่อนข้างเรียบและกว้างขวาง เดินสะดวกสบาย คุณจะได้เดินอยู่ใต้ร่มเงาของอุโมงค์ซากุระ สูดอากาศที่สดชื่น (แม้ซากุระส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีกลิ่นหอมนัก แต่นาโนะฮานะอาจมีกลิ่นอ่อนๆ) ฟังเสียงสายน้ำไหลเอื่อยๆ และเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่มาชมดอกไม้ เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข
  • บันทึกภาพความทรงจำสุดประทับใจ เตรียมเมมโมรี่การ์ดมาให้พร้อม ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักการถ่ายภาพอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องโปรหรือกล้องมือถือ ก็สามารถสร้างสรรค์ภาพสวยๆ ได้มากมาย ลองหามุมเด็ดๆ เช่น
    • มุมกว้าง เก็บภาพพาโนรามาที่เห็นทั้งแนวซากุระ ทุ่งนาโนะฮานะ แม่น้ำ และท้องฟ้า
    • มุมกด ถ่ายลงมาจากมุมสูงเล็กน้อย (ถ้ามีเนินหรือสะพานใกล้ๆ) เพื่อให้เห็นลายพรมสีเหลืองของนาโนะฮานะตัดกับสีชมพู
    • มุมเงย ถ่ายย้อนแสงให้เห็นแสงอาทิตย์ลอดผ่านกลีบซากุระ
    • มุมใกล้ (Close-up) เก็บรายละเอียดความงามของดอกซากุระและดอกนาโนะฮานะ
    • พอร์ตเทรต ถ่ายภาพบุคคลโดยมีฉากหลังเป็นอุโมงค์ซากุระหรือทุ่งนาโนะฮานะ รับรองว่าสวยปังทุกช็อต อย่าลืมลงไปโพสท่าเก๋ๆ ท่ามกลางทุ่งนาโนะฮานะ (แต่เดินตามทางเดินหรือพื้นที่ว่าง อย่าเหยียบย่ำดอกไม้นะคะ)
  • สัมผัสวัฒนธรรม “ฮานามิ” (Hanami) หากอยากเข้าถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องลอง “ฮานามิ” หรือการปิกนิกชมดอกไม้ค่ะ คุณจะเห็นภาพชาวญี่ปุ่น ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน พากันมาปูเสื่อสีฟ้า (Leisure Sheet) จับจองพื้นที่ใต้ต้นซากุระ นำอาหารกล่องเบนโตะ ขนม เครื่องดื่ม (ทั้งชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือแม้แต่สาเกและเบียร์) มานั่งทาน พูดคุย หัวเราะกันอย่างมีความสุข เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น หากมาเป็นคู่ อาจหามุมสงบๆ ในดงนาโนะฮานะก็ได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบ

 

  • ตะลุยกิน ณ ซุ้มอาหาร (Yatai) ในช่วง เทศกาลซากุระ คุมากายะ ซึ่งมักจัดขึ้นในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ บริเวณสวนจะคึกคักเป็นพิเศษด้วย “Yatai” หรือซุ้มขายอาหารและเครื่องดื่มสไตล์งานวัดญี่ปุ่น คุณจะได้กลิ่นหอมๆ ของทาโกะยากิ (ขนมครกญี่ปุ่นไส้ปลาหมึก), ยากิโซบะ (โซบะผัด), โอโคโนมิยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น), ไก่ย่างยากิโทริ, ปลาหมึกย่างอิกะยากิ, ขนมไทยากิ (ขนมรูปปลาไส้ถั่วแดง), แอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาล (ริงโกะอาเมะ) และอีกสารพัดเมนูเย้ายวนใจ การได้เดินเลือกซื้อของอร่อยๆ ทานไปพลางชมดอกไม้ไปพลาง ถือเป็นความสุขและสีสันอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวงานเทศกาลเลยทีเดียวค่ะ อย่าลืมเตรียมเงินสดไปให้พอดีนะคะ เพราะร้านค้าส่วนใหญ่มักรับแต่เงินสดค่ะ

 

มนต์เสน่ห์ยามราตรี การประดับไฟ “โยซากุระ” (Yozakura Light Up)

Yozakura Light Up 1

ความงดงามของคุมากายะ ซากุระ สึซึมิ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลากลางวันเท่านั้นนะคะ เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว มนต์เสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่งก็จะเริ่มต้นขึ้น ในช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มที่ (Peak Bloom) ซึ่งมักจะเป็นไฮไลท์ของเทศกาล ทางผู้จัดงานจะมีการ ประดับไฟยามค่ำคืน หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “โยซากุระ” (Yozakura) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ซากุระกลางคืน” ค่ะ

ตั้งแต่เวลาประมาณ 1800 น. จนถึง 2100 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนไป) แนวต้นซากุระที่เรียงรายและทุ่งดอกนาโนะฮานะที่เคยสดใสในตอนกลางวัน จะถูกอาบไล้ไปด้วยแสงไฟหลากหลายรูปแบบ ทำให้เกิดเป็นภาพทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ สีชมพูอ่อนของซากุระจะดูนุ่มนวลและโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด ในขณะที่สีเหลืองของนาโนะฮานะก็จะเปล่งประกายสวยงามไปอีกแบบ แสงไฟที่ส่องกระทบกลีบดอกไม้และกิ่งก้านสาขา สร้างมิติและเงาที่น่าสนใจ ทำให้บรรยากาศโดยรวมเปลี่ยนจากความร่าเริงสดใสในตอนกลางวัน เป็น ความโรแมนติก เงียบสงบ และแฝงไปด้วยความขรึมขลังเล็กน้อย

การได้เดินเล่นจับมือคนรักไปตามทางเดินใต้แสงไฟ หรือการหามุมสงบๆ เพื่อชื่นชมความงามของดอกไม้ในยามค่ำคืน ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและน่าจดจำอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสทองสำหรับช่างภาพที่ต้องการเก็บภาพซากุระในมุมมองที่แตกต่างออกไปด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม การจัดแสดงไฟนี้มักจะมีเฉพาะช่วงพีคเท่านั้น ดังนั้น หากต้องการชมโยซากุระ ควรวางแผนการเดินทางและตรวจสอบกำหนดการจัดงานในปีนั้นๆ ให้ดีนะคะ

ที่มาข้อมูล : https://insaitama.com/

วางแผนให้เป๊ะ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด และเคล็ดลับรับมือผู้คน

สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park)

เพื่อให้ทริปชมซากุระที่คุมากายะของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด การวางแผนเรื่องช่วงเวลาและเตรียมพร้อมสำหรับสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญค่ะ

  • ฤดูกาลแห่งความงาม

หัวใจสำคัญคือการไปให้ถูกช่วงเวลา โดยทั่วไปแล้ว ทั้งซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ และดอกนาโนะฮานะที่คุมากายะ จะพร้อมใจกันเบ่งบานอวดโฉม สวยงามที่สุดในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึง ต้นเดือนเมษายน ของทุกปีค่ะ ช่วงนี้แหละที่คุณจะได้เห็นภาพคอนทราสต์สีชมพู-เหลืองที่สมบูรณ์แบบที่สุด อย่างไรก็ตาม ต้องขอย้ำว่า สภาพอากาศในแต่ละปีมีผลอย่างมากต่อช่วงเวลาการบานของดอกไม้ อาจเร็วขึ้นหรือช้าลงได้ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้น การตรวจสอบพยากรณ์ซากุระ (Sakura Forecast หรือ Kaika Yosou) ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถติดตามข่าวสารได้จากหน่วยงานพยากรณ์อากาศของญี่ปุ่น (เช่น Japan Meteorological Corporation – JMC) หรือเว็บไซต์ข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ เช่น JNTO ซึ่งมักจะอัพเดทข้อมูลเป็นระยะๆ การรู้ช่วง “Mankai” หรือช่วงบานเต็มที่ จะช่วยให้คุณไม่พลาดช็อตเด็ดค่ะ

  • สงบงามวันธรรมดา หรือ ครื้นเครงสุดสัปดาห์?

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับนี้ แน่นอนว่าย่อมดึงดูดผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น บริเวณสวนคุมากายะจะคึกคักเป็นพิเศษ เต็มไปด้วยครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่หลั่งไหลมาชมความงามและปิกนิกกันอย่างเนืองแน่น การได้อยู่ในบรรยากาศที่ ครึกครื้น รื่นเริง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง แต่ก็อาจต้องแลกมากับการหาพื้นที่นั่งลำบาก

หรือต้องรอคิวถ่ายรูปในมุมยอดฮิต ในทางกลับกัน หากคุณเป็นคนรักความสงบ อยากเดินชมดอกไม้แบบสบายๆ มีพื้นที่ให้หยุดดื่มด่ำกับความงามได้นานๆ หรือต้องการถ่ายภาพโดยไม่มีคนอื่นติดเข้ามาในเฟรมมากนัก การเลือกมาเที่ยวใน วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก บรรยากาศจะ เงียบสงบและผ่อนคลาย กว่าอย่างเห็นได้ชัด คุณสามารถหามุมส่วนตัว เดินเล่น หรือนั่งพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เคล็ดลับเพิ่มเติม ไม่ว่าคุณจะมาวันไหน หากต้องการหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่คนหนาแน่นที่สุด ลองมาถึง ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ หรือลอง เดินสำรวจไปให้ไกลขึ้น ตามแนวทางเดิน 2 กิโลเมตรนั้น บางทีคุณอาจเจอมุมที่สวยงามและคนน้อยกว่าบริเวณใกล้ทางเข้าก็ได้ค่ะ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกมาวันไหน ความงามตระการตาของซากุระและนาโนะฮานะที่นี่ จะสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

มุ่งหน้าสู่คุมากายะ การเดินทางสุดสะดวกจากใจกลางโตเกียว

jp transit 5 6

ข่าวดีสุดๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ปักหลักอยู่ในโตเกียว การเดินทางไปยัง คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ นั้น ง่ายและสะดวกสบายกว่าที่คิด ค่ะ ใช้เวลาไม่นานนัก ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปแบบวันเดียว ไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะจัดรวมไว้ในโปรแกรม เที่ยวไซตามะด้วยตัวเอง ก็ลงตัวสุดๆ

  • ตัวเลือกยอดนิยม รถไฟ JR 
    • จุดเริ่มต้น สถานีใหญ่ในโตเกียวที่มีสาย JR Takasaki Line ผ่าน เช่น สถานี Ueno (สะดวกมาก), สถานี Tokyo, หรือ สถานี Shinjuku (อาจต้องต่อรถไฟมาลง Ueno หรือ Tokyo ก่อน)
    • ขึ้นรถไฟ มองหารถไฟสาย JR Takasaki Line ที่มุ่งหน้าไปทาง Takasaki, Maebashi หรือ Kagohara รถไฟสายนี้เป็นรถไฟโดยสารทั่วไป (ไม่ใช่ชินคันเซ็น) มีทั้งแบบ Local (จอดทุกสถานี) และ Rapid/Special Rapid (จอดสถานีน้อยกว่า) แนะนำให้ เช็คประเภทรถไฟและตารางเวลา ผ่านแอปพลิเคชันวางแผนการเดินทางยอดนิยม เช่น Google Maps, Japan Transit Planner by Jorudan, หรือ Navitime เพื่อความแม่นยำและเลือกขบวนที่เร็วที่สุด
    • จุดหมายปลายทาง ลงที่สถานี JR Kumagaya (熊谷駅)
    • ระยะเวลาเดินทาง ประมาณ 60-90 นาที จากสถานี Ueno ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟที่คุณเลือก
    • ค่าโดยสาร เที่ยวละประมาณ 1,170 เยน (ข้อมูล ณ ต้นปี 2025 อาจมีการเปลี่ยนแปลง) หรือตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ ประมาณ 300 บาท (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน ≈ 25 บาท) ไป-กลับก็เตรียมไว้ประมาณ 600 บาทค่ะ ข่าวดี หากคุณมี JR Pass (แบบ All Japan Rail Pass หรือ JR Tokyo Wide Pass ที่ครอบคลุมพื้นที่นี้) สามารถใช้กับรถไฟสายนี้ได้เลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    • ถึงสถานี Kumagaya เมื่อมาถึงสถานี JR Kumagaya ให้มองหาป้ายบอกทางไปยัง South Exit (南口 – ทางออกทิศใต้)
    • เดินเท้าต่อ จากทางออกทิศใต้ เดินตรงออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางของแม่น้ำอาราคาวะ ใช้เวลาเดินสบายๆ ประมาณ 5-10 นาที ก็จะเริ่มเห็นแนวต้นซากุระริมแม่น้ำแล้วค่ะ ในช่วงเทศกาลอาจมีป้ายบอกทางหรือเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก การเดินไม่ซับซ้อนค่ะ มองหาแม่น้ำก็จะเจอสวนเอง
  • ทางเลือกความเร็วสูง รถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) 
    • สำหรับผู้ที่ต้องการ ประหยัดเวลา หรือมีตารางเที่ยวที่ค่อนข้างแน่น และถือ JR Pass อยู่แล้ว การนั่งรถไฟชินคันเซ็นก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ สามารถขึ้น Joetsu Shinkansen หรือ Hokuriku Shinkansen จากสถานี Tokyo หรือ Ueno มาลงที่สถานี Kumagaya ได้เลย ใช้เวลาเพียงประมาณ 40 นาที เท่านั้น รวดเร็วกว่ามาก แต่แน่นอนว่า ค่าโดยสารปกติ (หากไม่มี Pass) จะสูงกว่า อย่างมีนัยสำคัญ (ประมาณ 3,000-4,000 เยน หรือ 750-1,000 บาทต่อเที่ยว) ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับคนที่มี Pass หรือให้ความสำคัญกับเวลามากกว่าค่าใช้จ่ายค่ะ

ด้วยความสะดวกในการเดินทางเช่นนี้ ทำให้ คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับผู้ที่มองหาแหล่งชม ซากุระใกล้โตเกียว ที่สวยงามอลังการ เดินทางง่าย และให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริงค่ะ

เรื่องเงินๆ ทองๆ และข้อมูลจำเป็นสำหรับการเที่ยวชม

jp food 6

เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและสนุกสนานยิ่งขึ้น มาดูเรื่องค่าใช้จ่ายโดยประมาณและข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้กันค่ะ

  • ค่าเข้าชม ฟรี ย้ำว่า ฟรี นี่คือข้อดีงามมากๆ ของที่นี่ค่ะ สวน Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park รวมถึงบริเวณจุดชมซากุระ Kumagaya Sakura Tsutsumi เป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมความงามได้อย่างอิสระ ไม่มีการเก็บค่าผ่านประตู ใดๆ ทั้งสิ้น คุณสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป ปิกนิก ได้ตามสบาย (เพียงแค่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสวน) ถือเป็นการเที่ยวชมธรรมชาติที่คุ้มค่ามากๆ
  • งบประมาณค่าเดินทาง อย่างที่แจ้งไปในหัวข้อการเดินทาง ค่ารถไฟ JR ไป-กลับจากโตเกียว (Ueno) จะอยู่ที่ประมาณ 2,340 เยน (ราว 600 บาท) หากคุณไม่มี JR Pass แต่ถ้ามี Pass ที่ครอบคลุม ก็เหมือนเดินทางฟรีในส่วนนี้ค่ะ ส่วนใครเลือกนั่งชินคันเซ็น ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามนั้น
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม อันนี้แล้วแต่สไตล์การเที่ยวของแต่ละคนเลยค่ะ
    • สายประหยัด/ปิกนิก สามารถเตรียมอาหารกล่อง (เบนโตะ), แซนวิช, ขนม และเครื่องดื่มไปเองจากที่พักหรือซื้อจากร้านสะดวกซื้อ/ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเดินทาง จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีมาก
    • สายชิม Yatai หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเทศกาลและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นตามซุ้มต่างๆ ควรเตรียม เงินสด ไปให้เพียงพอ ราคาอาหารส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ประมาณ 500 เยน (ราว 125 บาท) สำหรับของทานเล่นง่ายๆ เช่น ดังโงะ, มันฝรั่งทอด ไปจนถึง 1,000-1,500 เยน (ราว 250-375 บาท) สำหรับเมนูที่อิ่มท้องขึ้นมาหน่อย เช่น ยากิโซบะจานใหญ่, โอโคโนมิยากิ, หรือชุดคาราอาเกะ (ไก่ทอด) การเดินชิมนู่นนิดนี่หน่อยก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกภายในสวน ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องน้ำค่ะ บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำแห่งนี้ มีห้องน้ำสาธารณะ ให้บริการกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ สังเกตป้ายบอกทางได้ง่าย อาจมีสภาพตามการใช้งาน แต่ก็เพียงพอสำหรับการปลดทุกข์ค่ะ อาจมีจุดบริการน้ำดื่มบ้าง แต่เตรียมขวดน้ำส่วนตัวไปเองจะสะดวกกว่า

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกสบาย

  • รองเท้าที่ใส่สบาย คุณจะต้องเดินค่อนข้างเยอะ (ทั้งจากสถานีและเดินชมดอกไม้ตลอดแนว 2 กม.) ดังนั้น เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการเดินนานๆ จะดีที่สุดค่ะ
  • เช็คสภาพอากาศ อากาศช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิอาจยังเย็นสบาย หรือมีลมแรง เตรียมเสื้อคลุมหรือแจ็คเก็ตบางๆ ไปเผื่อด้วยก็ดีค่ะ
  • เสื่อปิกนิก (Leisure Sheet) หากวางแผนจะนั่งปิกนิก ควรเตรียมเสื่อพลาสติกสำหรับปูรองนั่งไปด้วย หาซื้อได้ง่ายตามร้าน 100 เยน หรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่น
  • Power Bank ถ่ายรูปเยอะ แบตมือถือหมดไวแน่นอน เตรียมแบตสำรองไปด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดเก็บภาพสวยๆ
  • ถุงขยะส่วนตัว ช่วยกันรักษาความสะอาดนะคะ เตรียมถุงเล็กๆ ไปใส่ขยะของตัวเอง แล้วนำไปทิ้งในจุดที่จัดไว้ให้ หรือนำกลับไปทิ้งที่พักค่ะ
  • การเดินทางสำหรับผู้ใช้รถเข็น/รถเข็นเด็ก ทางเดินริมแม่น้ำส่วนใหญ่มักจะค่อนข้างเรียบและกว้าง ทำให้พอจะเข็นรถเข็นไปได้ แต่อาจมีบางช่วงที่เป็นพื้นดินหรือขรุขระบ้าง ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางอีกครั้งค่ะ

เที่ยวให้คุ้ม ต่อเวลาความสุขกับสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง

tourlist 4 1

ไหนๆ ก็อุตส่าห์เดินทางออกจากโตเกียวมาถึงเมืองคุมากายะแล้ว หากคุณพอมีเวลาเหลือสักครึ่งวัน หรืออยากจัดโปรแกรมเที่ยวให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองพิจารณาแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ในเมืองคุมากายะเอง หรือในจังหวัดไซตามะที่อยู่ไม่ไกลกันดูไหมคะ? เป็นการเปิดประสบการณ์และทำให้ทริปของคุณหลากหลายยิ่งขึ้น

  • วัดเมนูมะ โชเด็นซัง คังงิอิน (Menuma Shodenzan Kangiin Temple) – ในคุมากายะ ห่างจากสถานี JR Kumagaya ไปไม่ไกลนัก (อาจต้องต่อรถบัสหรือแท็กซี่) วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าแห่งความสุขและความสำเร็จสมหวัง จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือ อาคารหลัก (Honden) ที่มีงานแกะสลักไม้ที่วิจิตรตระการตาและเต็มไปด้วยสีสันสดใส บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ จนได้รับการยกย่องให้เป็น สมบัติประจำชาติของญี่ปุ่น (National Treasure) เทียบได้กับความงามของศาลเจ้าโทโชกุที่นิกโก้เลยทีเดียว เป็นสถานที่ที่สงบและงดงาม เหมาะแก่การมาขอพรและชื่นชมศิลปะอันล้ำค่า
  • หมู่บ้านบอนไซโอมิยะ (Omiya Bonsai Village) – ในไซตามะ สวรรค์ของคนรักต้นไม้และศิลปะการย่อส่วน ตั้งอยู่ในเมืองไซตามะ (นั่งรถไฟย้อนกลับไปทางโตเกียวไม่ไกล) ที่นี่คือศูนย์รวมของ สวนบอนไซ (Bonsai Gardens) ชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง คุณจะได้เดินชมต้นบอนไซที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ถูกดัดตกแต่งอย่างประณีตงดงามในรูปแบบต่างๆ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์ศิลปะบอนไซโอมิยะ (Omiya Bonsai Art Museum) ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคนิคการทำบอนไซอีกด้วย บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและร่มรื่นมากค่ะ
  • เมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe) – ในไซตามะ หากอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุค ต้องไม่พลาด “คาวาโกเอะ” หรือที่ได้รับสมญานามว่า “ลิตเติ้ลเอโดะ” (Koedo – 小江戸) เมืองนี้ยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนโกดังเก่าแก่ (Kurazukuri) ที่สร้างด้วยดินเหนียวสีดำในสมัยเอโดะไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จุดเด่นคือ หอระฆังโทคิโนะคาเนะ (Toki no Kane) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง, ตรอกขนมหวานคาชิยะ โยโคโช (Kashiya Yokocho) ที่มีขนมโบราณให้เลือกชิม และวัดคิตาอิน (Kitain Temple) ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คาวาโกเอะยังขึ้นชื่อเรื่อง มันหวาน (Satsumaimo) ที่นำมาทำเป็นขนมและอาหารอร่อยๆ มากมาย การเดินเล่นชมเมืองเก่า ชิมขนมอร่อยๆ เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินอย่างยิ่ง

ลองจัดสรรเวลาดูนะคะ การได้แวะเที่ยวชมสถานที่เหล่านี้ จะช่วยเติมเต็มให้การเดินทางมายังภูมิภาคนี้ของคุณน่าจดจำและคุ้มค่ายิ่งขึ้นไปอีกค่ะ คุณอาจจะใช้เวลาช่วงเช้าชมซากุระที่คุมากายะ แล้วช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยังคาวาโกเอะก็ได้เช่นกันค่ะ

สรุปส่งท้าย ความงามที่คุ้มค่าแก่การเดินทางมาสัมผัส

tourlist 1 1

คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ ณ สวนคุมากายะ อาราคาวะ ริวโคจิ พาร์ค (Kumagaya Arakawa Ryokuchi Park) คือ ความงามทางธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและน่าตื่นตาตื่นใจ ภาพของอุโมงค์ซากุระสีชมพูอ่อนหวานที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ตัดกับพรมสีเหลืองทองสดใสของทุ่งดอกนาโนะฮานะที่บานสะพรั่งริมฝั่งแม่น้ำอาราคาวะ คือภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะหาชมได้จากที่อื่น

ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางที่แสนสะดวกสบายจากใจกลางโตเกียว บรรยากาศอันคึกคักและอบอุ่นของเทศกาลฮานามิ ความงดงามยามค่ำคืนภายใต้แสงไฟโยซากุระ และที่สำคัญที่สุดคือการเข้าชมฟรี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้ คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าแก่การเดินทางมาเยือนด้วยตัวเองสักครั้ง

jp 6

ดังนั้น หากเพื่อนๆ กำลังวางแผนทริปพิชิตซากุระที่ญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ และกำลังมองหาสถานที่ที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ งดงามแปลกตา และเดินทางไม่ลำบากจนเกินไป อย่าลังเลที่จะเพิ่ม “คุมากายะ ซากุระ สึซึมิ” เข้าไปในแผนการเดินทางของคุณนะคะ เตรียมกล้อง เตรียมหัวใจให้พร้อม แล้วมาสร้างความทรงจำสีชมพู-เหลืองอันแสนหวานที่นี่ รับรองว่าคุณจะหอบความสุขและความประทับใจกลับบ้านไปเต็มๆ อย่างแน่นอน

ต้องการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่ตรงใจ? การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบการเดินทางส่วนตัวก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม Artralux พร้อมให้บริการออกแบบแพ็คเกจท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคุณ ทีมงานจะช่วยสร้างสรรค์ตารางการเดินทางและกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจและงบประมาณ เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินทางอย่างสุขสบาย คุ้มค่า และน่าประทับใจที่สุด

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

สนใจติดต่อ Artralux ที่ 02-047-0083 หรือ ผ่านช่องทางไลน์ Line: @Artralux (มี @ นำหน้า)

📞 | 02-047-0083

💬 | (Line) https://bit.ly/3I9BJ42

SHARES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า