นากาโตโระ (Nagatoro) อัญมณีแห่งธรรมชาติ ชานเมืองโตเกียวที่ต้องไปเยือน เบื่อความวุ่นวายในเมืองหลวงอย่างโตเกียวใช่ไหม? อยากหลีกหนีไปสัมผัสธรรมชาติสวยๆ อากาศดีๆ แต่มีเวลาไม่มาก? ถ้าคำตอบคือใช่ “นากาโตโระ” (Nagatoro) ในจังหวัดไซตามะ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบของคุณ เมืองเล็กๆ ที่เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ อยู่ห่างจากโตเกียวเพียงประมาณ 90 นาทีโดยรถไฟ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างคืนเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศก็ยิ่งดี
หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพ ใบไม้เปลี่ยนสี ไซตามะ (Saitama Autumn Leaves) ที่สวยงามจับใจ ซึ่งนากาโตโระก็เป็นหนึ่งในจุดชมวิวใบไม้แดงขึ้นชื่อที่ไม่ควรมองข้าม แต่เสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น นากาโตโระคือดินแดนแห่งธรรมชาติที่งดงามตลอดทั้งปี มีกิจกรรมหลากหลายรอให้คุณมาสัมผัส ทั้งการล่องเรือในแม่น้ำอาราคาวะ (Arakawa River) อันเลื่องชื่อ การขึ้นกระเช้าชมวิวมุมสูงบนภูเขา การไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าเก่าแก่ และการเดินเล่นช้อปปิ้งในบรรยากาศสบายๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายธรรมชาติ สายผจญภัย หรือสายวัฒนธรรม นากาโตโระมีครบทุกรสชาติ รับรองว่าถูกใจแน่นอน
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสำรวจความมหัศจรรย์ของนากาโตโระด้วยกัน
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว
กิจกรรมห้ามพลาดริมแม่น้ำอาราคาวะ ล่องเรือสุดคลาสสิก สัมผัสธรรมชาติสองฝั่ง

ไฮไลท์เด็ดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปีมายังนากาโตโระ คือกิจกรรมทางน้ำในแม่น้ำอาราคาวะ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านใจกลางเมือง สร้างทัศนียภาพหุบเขาที่งดงามจับใจ กิจกรรมยอดนิยมมีให้เลือกสนุกตามฤดูกาล ดังนี้
1. ล่องเรือไม้นากาโตโระ (Nagatoro River Cruise / Rafting) – ความสนุกท้าทายกลางสายน้ำ (มีนาคม – ต้นธันวาคม)
นี่คือกิจกรรมซิกเนเจอร์ที่ต้องลอง การ ล่องเรือนากาโตโระ หรือ Nagatoro Rafting (บางครั้งเรียกว่า Nagatoro Line Kudari) คือการนั่งเรือไม้แบบดั้งเดิม ล่องไปตามลำน้ำอาราคาวะที่ไหลผ่านหุบเขา โดยมีนายท้ายเรือผู้เชี่ยวชาญคอยบังคับเรืออย่างชำนาญ
- เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตลอดเส้นทาง คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ “อิวาดาทามิ” (Iwadatami) หรือ “เสื่อหิน” แนวโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติเป็นรูปร่างแปลกตา ทอดยาวริมฝั่งแม่น้ำ ถือเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติที่สำคัญของชาติ นอกจากนี้ ในบางช่วงของการล่องเรือ คุณจะได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อเรือแล่นผ่านแก่งน้ำเชี่ยว ที่ต้องอาศัยทักษะของนายท้ายเรือในการนำทาง (ไม่ต้องห่วง ปลอดภัยแน่นอน)
- วิวหลักล้าน ทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเขียวชอุ่มสดชื่น ส่วนไฮไลท์เด็ดคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณปลายตุลาคม – พฤศจิกายน) ที่ใบไม้ทั่วทั้งหุบเขาจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง สลับกันไป ตัดกับสีฟ้าใสของแม่น้ำ สวยงามราวกับภาพวาด ใครอยากเห็น ใบไม้เปลี่ยนสี ไซตามะ แบบใกล้ชิด ต้องไม่พลาดกิจกรรมนี้
- เตรียมตัวให้พร้อม ในช่วงที่ผ่านแก่งน้ำเชี่ยว อาจมีน้ำกระเซ็นเข้ามาในเรือได้เล็กน้อย แนะนำให้เตรียมผ้าขนหนูผืนเล็ก หรืออาจมีเสื้อผ้าสำรองเผื่อไว้หากกังวลว่าจะเปียก
รายละเอียดการล่องเรือไม้ (Nagatoro Rafting)

- ระยะเวลา ประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือก
- ช่วงเวลาให้บริการ ประมาณต้นเดือนมีนาคม ถึง ต้นเดือนธันวาคม (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุด)
- เวลาทำการ 09:00 – 16:00 น. (เรือออกทุกๆ 5-20 นาที โดยประมาณ)
- คอร์สและค่าบริการ
- คอร์ส A Oyahana Course (ระยะทาง 3 กม. / ประมาณ 20 นาที)
- ผู้ใหญ่ 1,800 เยน (ประมาณ 450 บาท*)
- เด็ก 900 เยน (ประมาณ 225 บาท*)
- คอร์ส B Takasago Course (ระยะทาง 3 กม. / ประมาณ 20 นาที)
- ผู้ใหญ่ 1,800 เยน (ประมาณ 450 บาท*)
- เด็ก 900 เยน (ประมาณ 225 บาท*)
- คอร์ส A+B Iwadatami Course (รวม 2 คอร์ส ระยะทาง 6 กม. / ประมาณ 40 นาที)
- ผู้ใหญ่ 3,300 เยน (ประมาณ 825 บาท*)
- เด็ก 1,600 เยน (ประมาณ 400 บาท*)
- *หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบ ณ วันเดินทาง (ตัวอย่างนี้ใช้อัตรา 1 เยน = 0.25 บาท)
- คอร์ส A Oyahana Course (ระยะทาง 3 กม. / ประมาณ 20 นาที)
- การเดินทางไปจุดขึ้นเรือ จากสถานีรถไฟ Nagatoro Station (Chichibu Railway) เดินเลี้ยวซ้ายไปทางริมแม่น้ำประมาณ 300 เมตร ผ่านร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ จุดจำหน่ายตั๋วและขึ้นเรือจะอยู่บริเวณ Nagatorotamayodo Prefectural Natural Park (ใกล้กับโขดหิน Iwadatami)
2. ล่องเรือโคทัตสึ (Kotatsu Boat) – อบอุ่นกลางสายน้ำ สัมผัสเสน่ห์ฤดูหนาว (มกราคม – กุมภาพันธ์)

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน (มกราคม – กุมภาพันธ์) และระดับน้ำลดลงจนไม่สามารถล่องเรือผ่านแก่งได้ กิจกรรมล่องเรือไม้จะหยุดให้บริการชั่วคราว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะทางนากาโตโระมีกิจกรรมสุดพิเศษมาทดแทน นั่นคือ “เรือโคทัตสึ” (Kotatsu Boat)
- ความอบอุ่นแบบญี่ปุ่น เรือไม้แบบดั้งเดิมจะถูกติดตั้ง “โคทัตสึ” โต๊ะอุ่นขาที่ใช้ถ่านไม้จริง (ไม่ใช่ไฟฟ้า) ให้ความอบอุ่นแบบละมุนๆ คุณสามารถนั่งเอาขาซุกใต้ผ้าห่ม อุ่นสบาย ชมวิวสวยๆ กลางอากาศหนาวได้อย่างเพลิดเพลิน เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
- เส้นทางชมวิวพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำน้อย เรือโคทัตสึจะพาล่องชมบริเวณ “โทโรบะ” (Toroba) ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำลึกและไหลเอื่อย ใกล้กับโขดหินอิวาดาทามิ คุณจะได้ชมความงามของเสื่อหินและหน้าผาหินแดงจิจิบุ (Chichibu Sekiheki) อย่างใกล้ชิดในมุมมองที่แตกต่างออกไป ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- บรรยากาศเงียบสงบ ฤดูหนาวในนากาโตโระมอบบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นพิเศษ แม่น้ำจะนิ่งใสเป็นสีเขียวมรกต ได้ยินเพียงเสียงไม้พายกระทบน้ำเบาๆ และเสียงนกร้อง เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริง
รายละเอียดเรือโคทัตสึ (Kotatsu Boat)
- ช่วงเวลาให้บริการ เฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุด)
- เวลาทำการ 10:00 – 14:30 น. (เรือออกทุกๆ 5-20 นาที โดยประมาณ)
- ค่าบริการ (โดยทั่วไปจะใกล้เคียงกับคอร์สล่องเรือไม้ปกติ แต่ควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ)
- จุดขึ้นเรือ บริเวณเดียวกับจุดจำหน่ายตั๋วเรือล่องแก่ง (ใกล้สถานี Nagatoro)
- สอบถามข้อมูล Nagatoro Line Boat Cruise Headquarters โทร 0494-66-0950 (900 – 17:00 น., ภาษาญี่ปุ่น/อังกฤษ)
- เว็บไซต์ (สำหรับตรวจสอบข้อมูล) ค้นหา “Nagatoro Line Kudari” หรือ “Nagatoro Kotatsu Boat”
สำรวจภูเขาโฮโดะ (Mt. Hodo) กระเช้าชมวิว สวนดอกไม้ และกิจกรรมหลากหลาย

นอกจากการล่องเรือแล้ว อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนากาโตโระก็คือ ภูเขาโฮโดะ (Mt. Hodo หรือ Hodosan) ภูเขาสูง 497 เมตร ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ขุมทรัพย์แห่งการปีนเขา” (寶登山 – Hodosan มีความหมายมงคล) บนยอดเขามีกิจกรรมและจุดชมวิวสวยๆ มากมาย สามารถเดินทางขึ้นไปได้อย่างสะดวกสบายด้วยกระเช้าลอยฟ้า
1. กระเช้าภูเขาโฮโดะ (Hodosan Ropeway)
วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการขึ้นไปยังยอดเขา คือการนั่งกระเช้า Hodosan Ropeway ใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็จะพาคุณขึ้นไปสู่สถานีบนยอดเขา พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง
- เวลาทำการ ปกติ 09:40 – 17:00 น. (หลัง 1000 น. ให้บริการทุก 15-30 นาที) เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุด
- ค่าบริการ
- เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 700 เยน (ประมาณ 175 บาท*), เด็ก 350 เยน (ประมาณ 88 บาท*)
- ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,200 เยน (ประมาณ 300 บาท*), เด็ก 600 เยน (ประมาณ 150 บาท*)
- วันหยุด เปิดตลอดปี (ยกเว้นช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปีในเดือนธันวาคม ประมาณ 2 สัปดาห์)
- การเดินทางไปสถานีฐานกระเช้า เดินจากสถานี Nagatoro ประมาณ 20 นาที หรือ มีบริการรถ Shuttle Bus ฟรี จากสถานี Nagatoro ไปยังสถานีฐานกระเช้า (โดยเฉพาะช่วงเทศกาลชมดอกไม้) ควรตรวจสอบตารางเดินรถจากเว็บไซต์ทางการของ Hodosan Ropeway

2. สวนดอกโรไบ (Hodo Mountain Wintersweet Garden) – ราชินีแห่งฤดูหนาว (กลางมกราคม – ปลายกุมภาพันธ์)
ไฮไลท์เด็ดของการมาเยือนภูเขาโฮโดะในช่วงฤดูหนาวคือการมาชม ดอกโรไบ (Robai หรือ Wintersweet) ที่บานสะพรั่งเต็มสวนบริเวณใกล้สถานีกระเช้าบนยอดเขา
- เสน่ห์ของดอกโรไบ (Wintersweet) ดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ คล้ายขี้ผึ้งนี้ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ไม่เพียงแต่สวยงามน่ารัก แต่ยังส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
- ความอลังการ บนภูเขาโฮโดะมีต้นโรไบปลูกอยู่กว่า 3,000 ต้น มากถึง 5 สายพันธุ์หลัก (เช่น Japanese Wintersweet, Solid core wintersweet, Full moon wintersweet เป็นต้น) ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสวนดอกโรไบที่ใหญ่และหลากหลายที่สุดในภูมิภาคคันโต
- วิวพาโนรามา จากสวนดอกโรไบ หากวันไหนอากาศดี จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองจิจิบุ ภูเขาบูโกะ (Mt. Buko) และภูเขาเรียวกามิ (Mt. Ryokami) ได้อย่างสวยงาม
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด กลางเดือนมกราคม ถึง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ (อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ)
- กิจกรรมพิเศษ
- ขยายเวลาเปิดกระเช้า ในช่วงที่ดอกโรไบบานเต็มที่ กระเช้าอาจเปิดให้บริการเร็วขึ้น (เช่น 900 น.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว
- ประดับไฟยามค่ำคืน (Wintersweet Illumination) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการจัดแสดงไฟประดับสวนดอกโรไบในตอนกลางคืน (เริ่มตั้งแต่ปี 2020) สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมชมวิวยามค่ำคืนของเมืองจิจิบุ ควรตรวจสอบตารางการจัดงานและเวลาเปิด-ปิดพิเศษจากเว็บไซต์ทางการ
3. สวนบ๊วยร้อยสายพันธุ์ (Ume Hyakukaen) – สีชมพูละลานตา (ปลายกุมภาพันธ์ – กลางมีนาคม)
ถัดจากดอกโรไบ เมื่อลมหนาวเริ่มอ่อนลง ก็ถึงคราวของ “ดอกบ๊วย” (Ume) ที่จะมาอวดโฉม สวน Ume Hyakukaen ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีกระเช้าบนยอดเขาเช่นกัน
- ความหลากหลาย สวนแห่งนี้เริ่มปลูกต้นบ๊วยมาตั้งแต่ปี 1986 ปัจจุบันมีดอกบ๊วยกว่า 170 สายพันธุ์ ทั้งพันธุ์บานเร็ว พันธุ์ดอกสวยงาม และพันธุ์หายาก ถือเป็นสวนบ๊วยที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในคันโต
- ภาพโมเสกสีชมพู เมื่อดอกบ๊วยบานสะพรั่งพร้อมกัน จะแต่งแต้มเนินเขาทางทิศใต้ของภูเขาโฮโดะให้กลายเป็นเหมือนภาพโมเสกสีชมพู สวยงามน่าประทับใจ
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กลางเดือนมีนาคม (อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ)

4. ชมพระอาทิตย์แรกของปี (Hatsuhinode Viewing) – เริ่มต้นปีใหม่สุดมงคล (1 มกราคม)
สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวช่วงปีใหม่พอดี การได้ชม “ฮัตสึฮิโนะเดะ” (Hatsuhinode) หรือพระอาทิตย์แรกของปี ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นมงคลของชาวญี่ปุ่น และการชมจากยอดเขาโฮโดะก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
- บริการพิเศษ ในเช้าวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี กระเช้า Hodosan Ropeway จะเปิดให้บริการรอบพิเศษตั้งแต่เช้าตรู่ (ประมาณ 600 น.) เพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปรอชมแสงแรกของปีบนยอดเขา
- ความหมายมงคล ชื่อ “โฮโดะซัง” (Hodosan – 寶登山) มีความหมายถึง “ภูเขาแห่งขุมทรัพย์” การได้มาเริ่มต้นปีใหม่ ณ สถานที่มงคลแห่งนี้ เชื่อว่าจะได้รับพลังงานดีๆ กลับไป
- *ควรตรวจสอบตารางเวลาและรายละเอียดการจัดกิจกรรมสำหรับปี 2025 (หรือปีที่จะเดินทาง) จากเว็บไซต์ทางการของ Hodosan Ropeway อีกครั้ง
5. เดินป่าพิชิตยอดเขา (Hiking)
สำหรับสายรักสุขภาพและการผจญภัย การเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาโฮโดะก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
- เส้นทาง จากสถานี Nagatoro มีเส้นทางเดินป่าระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 80 นาที
- ข้อควรระวัง (ฤดูหนาว) หากเดินทางในช่วงฤดูหนาว เส้นทางอาจมีน้ำแข็งเกาะ ควรเตรียมอุปกรณ์ช่วยเดินบนน้ำแข็ง (light crampons) หากจำเป็น และควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทางเสมอ ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินป่า

6. ศาลเจ้าโฮโดซัง (Hodosan Shrine)
เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณยอดเขาแล้ว อย่าลืมแวะสักการะ “ศาลเจ้าโฮโดซัง” ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เชื่อกันว่าให้พรด้านการป้องกันอัคคีภัยและโชคลาภ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับการมาเยือนภูเขาแห่งนี้
ลิ้มลองรสชาติท้องถิ่น อาหารจานเด็ดแห่งจิจิบุ
มาถึงภูมิภาคจิจิบุทั้งที ต้องไม่พลาดลิ้มลองอาหารท้องถิ่นจานเด็ด โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นๆ
- โอคิริโคมิ อุด้ง (Okkirikomi Udon) เมนูอบอุ่นหัวใจประจำภูมิภาคจิจิบุ เป็นอุด้งเส้นแบนและหนากว่าปกติ มีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปที่เข้มข้น กลมกล่อมจากการเคี่ยวเนื้อหมูและผักต่างๆ จนเปื่อยนุ่ม โดยเฉพาะผักตามฤดูกาลอย่างหัวไชเท้าและผักกาดขาว ร้านอาหารบางแห่ง เช่น Garden House Yurin (ใกล้สถานีกระเช้า) อาจมีสูตรเฉพาะที่ใส่ยูซุเพิ่มความหอมสดชื่น เป็นเมนูที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคลายหนาวและเติมพลังงาน

มนต์เสน่ห์ฤดูหนาวที่นากาโตโระ ทิวทัศน์หิมะและข้อควรรู้
แม้จะไม่ใช่พื้นที่ที่มีหิมะตกหนัก แต่ในภูมิภาคจิจิบุและนากาโตโระก็มีโอกาสที่จะได้เห็นหิมะตกปีละหลายครั้ง หากคุณโชคดีได้มาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้พบกับทัศนียภาพที่งดงามไปอีกแบบ
- หุบเขานากาโตโระในม่านหิมะ ภาพของแม่น้ำอาราคาวะและโขดหินอิวาดาทามิที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนนั้นงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำ บรรยากาศจะยิ่งเงียบสงบและบริสุทธิ์
- ดอกโรไบท่ามกลางหิมะ การได้เห็นดอกโรไบสีเหลืองสดใส ตัดกับปุยหิมะสีขาว เป็นภาพที่หาชมได้ยากและน่าประทับใจอย่างยิ่ง
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเยือนนากาโตโระ (โดยเฉพาะฤดูหนาว)
- เสื้อผ้า อากาศในนากาโตโระช่วงเช้าและเย็นจะค่อนข้างหนาวเย็น แม้กลางวันจะอุ่นกว่าโตเกียวเล็กน้อย แต่ก็อาจมีลมแรง ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนาๆ ผ้าพันคอ และถุงมือไปด้วย
- รองเท้า พื้นที่บนภูเขาโฮโดะอาจมีน้ำแข็งเกาะ หรืออาจกลายเป็นโคลนเมื่อหิมะ/น้ำแข็งละลาย ควรเลือกรองเท้าที่สวมสบาย เดินสะดวก เช่น รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่คุ้นเคย หากต้องการเดินป่า ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมและกันน้ำได้
- การชำระเงิน แม้ว่าร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกบางแห่งจะเริ่มรับบัตรเครดิตหรือการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แล้ว แต่ร้านค้าส่วนใหญ่ในนากาโตโระยังคงนิยมรับ เงินสด เป็นหลัก แนะนำให้เตรียมเงินสดไปให้เพียงพอ
- ตู้ ATM หากต้องการกดเงินสด ตู้ ATM ที่ใกล้สถานี Nagatoro ที่สุดคือที่ร้านสะดวกซื้อ Seven-Eleven สาขา Nagatoro Iwadatami

การเดินทางสู่นากาโตโระ ง่ายนิดเดียวจากโตเกียว
การเดินทางไป เที่ยวไซตามะ ใกล้โตเกียว (Saitama Trip Near Tokyo) อย่างนากาโตโระนั้นสะดวกสบายมาก มีหลายวิธีในการเดินทางด้วยรถไฟจากโตเกียว
- JR + Chichibu Railway (แนะนำ)
- นั่งรถไฟ JR สาย Shonan-Shinjuku Line หรือ Takasaki Line จากสถานีในโตเกียว (เช่น Shinjuku, Ikebukuro, Ueno) ไปลงที่สถานี Kumagaya
- ต่อรถไฟสาย Chichibu Railway จากสถานี Kumagaya ไปลงที่สถานี Nagatoro หรือ Kami-Nagatoro (สถานีก่อนหน้า Nagatoro 1 สถานี ใกล้กับบางจุดของแม่น้ำ)
- ระยะเวลาเดินทางรวมประมาณ 90 – 120 นาที
- Seibu Railway + Chichibu Railway
- นั่งรถไฟ Seibu Ikebukuro Line หรือ Seibu Shinjuku Line จากสถานี Ikebukuro หรือ Seibu-Shinjuku ไปยังสถานี Seibu-Chichibu
- เดินไปยังสถานี Ohanabatake ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อต่อรถไฟสาย Chichibu Railway ไปยังสถานี Nagatoro
- อาจมีรถไฟขบวนพิเศษที่วิ่งตรงยาวจาก Ikebukuro ไปถึง Nagatoro ในบางช่วงเวลา (ตรวจสอบตารางรถไฟ)
สถานีหลักที่ใช้ในการท่องเที่ยวคือ Nagatoro Station และ Kami-Nagatoro Station ซึ่งทั้งสองสถานีอยู่บนสาย Chichibu Railway

บทสรุป นากาโตโระ เสน่ห์ธรรมชาติที่ต้องสัมผัส
นากาโตโระ (Nagatoro) คือจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ มาสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์และกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้นจากการ ล่องเรือนากาโตโระ (Nagatoro River Cruise/Rafting) ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ไซตามะ อันงดงาม, การขึ้น ภูเขาโฮโดะ (Mount Hodo) ชมวิวพาโนรามา สูดกลิ่นหอมของ ดอกโรไบ ในฤดูหนาว หรือลิ้มลองอาหารท้องถิ่นรสเลิศ ทั้งหมดนี้อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ทำให้การเดินทางไป เที่ยวไซตามะ ใกล้โตเกียว เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
ไม่ว่าคุณจะมาเยือนนากาโตโระในฤดูไหน เมืองเล็กๆ ที่เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้คุณเสมอ เตรียมแพ็คกระเป๋า แล้วออกเดินทางไปค้นพบความมหัศจรรย์ของนากาโตโระด้วยตัวคุณเอง
ต้องการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่ตรงใจ การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบการเดินทางส่วนตัวก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม Artralux พร้อมให้บริการออกแบบแพ็คเกจท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคุณ ทีมงานจะช่วยสร้างสรรค์ตารางการเดินทางและกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจและงบประมาณ เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินทางอย่างสุขสบาย คุ้มค่า และน่าประทับใจที่สุด
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว
สนใจติดต่อ Artralux ที่ 02-047-0083 หรือ ผ่านช่องทางไลน์ Line: @Artralux (มี @ นำหน้า)
📞 | 02-047-0083
💬 | (Line) https://bit.ly/3I9BJ42







