วันนี้ Artralux จะพาทุกคนไปเจาะลึก วัดนาริตะซัง ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple – 成田山新勝寺) วัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันโต ใกล้กับสนามบินนานาชาตินาริตะ ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ หรือกำลังหาข้อมูลจากวัดนาริตะ pantip อยู่ใช่ไหม บอกเลยว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลครบถ้วน Insights ที่น่าสนใจ และตอบทุกคำถามที่คุณอยากรู้แน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสัมผัสเสน่ห์ของวัดนาริตะซังด้วยกันเลย
วัดนาริตะซังไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านก่อนขึ้นเครื่อง แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และความงามทางสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งจริง ๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้เดินสำรวจวัดแห่งนี้เปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลา ผสมผสานกับความคึกคักของเมืองสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
ประวัติความเป็นมาวัดนาริตะซัง ชินโชจิ

วัดนาริตะซัง ชินโชจิ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 940 ในช่วงปลายยุคเฮอัน โดยมหาสังฆราชคันโจ (Kancho Daisojo) ตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิซูซากุ (Emperor Suzaku) เพื่อปราบกบฏไทระ โนะ มาซาคาโดะ (Taira no Masakado) โดยมีการอัญเชิญรูปเคารพของเทพฟุโดเมียวโอ (Fudo Myoo – 不動明王) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งไฟและความโกรธเกรี้ยวแต่แฝงด้วยความเมตตามาประดิษฐาน เชื่อกันว่าพลังอำนาจของท่านช่วยให้ปราบกบฏสำเร็จและนำความสงบสุขกลับคืนมา
ตั้งแต่นั้นมา วัดนาริตะซังก็กลายเป็นศูนย์กลางความศรัทธาในนิกายชินกอน (Shingon Buddhism) และเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการขอพรให้ประสบความสำเร็จ ปราศจากภัยอันตราย และแคล้วคลาดปลอดภัยในการเดินทาง
วัดนาริตะซัง ชินโชจิ อยู่ที่ไหน?

วัดนาริตะซังตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ (Narita City) จังหวัดชิบะ (Chiba Prefecture) ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport – NRT) ทำให้เป็นที่เที่ยวนาริตะยอดนิยมสำหรับนักเดินทางที่มีเวลาต่อเครื่อง หรือต้องการสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นก่อนเดินทางกลับ (แหล่งอ้างอิง: JNTO)
ภูมิประเทศ
บริเวณวัดนาริตะซัง ชินโชจิเป็นพื้นที่เนินเขาขนาดใหญ่ มีอาคารต่าง ๆ กระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น มีสวนสาธารณะนาริตะซัง (Naritasan Park) ที่สวยงามอยู่ด้านหลัง
สภาพอากาศ

คล้ายกับโตเกียว มี 4 ฤดูชัดเจน
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินชมซากุระ (ช่วงปลายมีนาคม-ต้นเมษายน)
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อากาศร้อนและชื้น อาจมีฝนตกบ้าง
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม (ช่วงพฤศจิกายน)
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อากาศหนาวเย็น อาจมีหิมะตกเล็กน้อย
วัดนาริตะซัง ดังเรื่องอะไร?

อย่างที่ผู้เขียนได้เกริ่นไป วัดนาริตะซัง ชินโชจิโด่งดังและเป็นที่ศรัทธาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะ..
1. องค์ฟุโดเมียวโอ (Fudo Myoo)
เทพประธานของวัด เชื่อว่าท่านมีพลังอำนาจในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และประทานพรด้านความสำเร็จ ชัยชนะ และความปลอดภัย
2. พิธีโกมะ (Goma Fire Ritual)
เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่มีการสวดมนต์และเผาแผ่นไม้เขียนคำอธิษฐานในกองไฟ เชื่อว่าควันไฟจะนำคำอธิษฐานขึ้นไปสู่องค์ฟุโดเมียวโอ พิธีนี้จัดขึ้นหลายรอบต่อวัน และเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนวัดนี้เลย (แนะนำให้เช็ครอบเวลาที่หน้างานหรือเว็บไซต์วัด)
3. การขอพรด้านความปลอดภัย

โดยเฉพาะความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยความที่อยู่ใกล้สนามบิน ทำให้ผู้คนนิยมมาขอพรให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยกันมาก
4. สถาปัตยกรรมอันงดงาม
อาคารต่าง ๆ ภายในวัดมีความสวยงามและเก่าแก่ เช่น..
- ประตูทางเข้าหลัก (Somon Gate)
- ประตูนิโอมง (Niomon Gate) ที่มียักษ์เฝ้าประตู
- วิหารหลัก (Great Main Hall)
- เจดีย์สามชั้น และเจดีย์สันติภาพ (Great Pagoda of Peace)
พาตะลุย! นาริตะโอโมเตซันโดะ ถนนสายมีชีวิตชีวาสู่วัด
ก่อนจะถึงตัววัด เราต้องเดินผ่านถนนนาริตะโอโมเตซันโดะ (Narita Omotesando) ถนนช้อปปิ้งสายประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวประมาณ 800 เมตรจากสถานีรถไฟไปยังวัด สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และอาคารเก่าแก่ที่ยังคงบรรยากาศของยุคเอโดะไว้
- ของกินแถววัดนาริตะ ไฮไลท์เด็ดของถนนเส้นนี้คือ ปลาไหลย่าง (Unagi – うなぎ) มีร้านปลาไหลย่างเจ้าดังหลายร้านให้ลิ้มลอง กลิ่นหอมยั่วยวนโชยมาตลอดทาง เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีขนมเซมเบ้ (Senbei), ขนมมันจู (Manju), ของดอง (Tsukemono) และของฝากน่ารัก ๆ อีกเพียบ
- บรรยากาศ การเดินบนถนนเส้นนี้ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอีกยุคสมัย มีชีวิตชีวาและคึกคักตลอดวัน เป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่ความสงบภายในวัดได้อย่างดีเยี่ยม
ไฮไลท์และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนาริตะซัง ชินโชจิ
เมื่อผ่านถนนโอโมเตซันโดะเข้ามา จะพบกับความยิ่งใหญ่ของวัดนาริตะซัง
- ประตูโซมง (Somon Gate) ประตูทางเข้าหลักอันโอ่อ่า
- ประตูนิโอมง (Niomon Gate) ประตูที่สองที่มีโคมแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่ และมียักษ์ผู้พิทักษ์ (Nio guardians) สองตนยืนเฝ้าอยู่
- วิหารหลัก (Great Main Hall – Daihondo) อาคารหลักที่ประดิษฐานองค์ฟุโดเมียวโอ และเป็นสถานที่ประกอบพิธีโกมะ (Goma) ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
- เจดีย์สามชั้น (Three-Storied Pagoda) สถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ที่สวยงาม สร้างขึ้นในปี 1712
- หอพระไตรปิฎก (Shakado Hall) อาคารเก่าแก่ที่เคยเป็นวิหารหลักมาก่อน สร้างในปี 1858
- เจดีย์สันติภาพ (Great Pagoda of Peace – Daito) เจดีย์สูง 58 เมตร สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม
- สวนนาริตะซัง (Naritasan Park) สวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ด้านหลังวัด มีสระน้ำ บ่อน้ำพุ และพรรณไม้นานาชนิด เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
รูปภาพของน่าริตาซัง ภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศ
ไปวัดนาริตะ เดินทางยังไง? ที่อยู่ ค่าตั๋ว และเวลาทำการที่ควรรู้

ที่อยู่
- 1 Narita, Narita City, Chiba Prefecture 286-0023, Japan
- น่าริตะภาษาญี่ปุ่น 成田山新勝寺 (Naritasan Shinshoji), 〒286-0023 千葉県成田市成田1
- แผนที่เดินทางไป Naritasan Shinshoji Temple Google Maps
ราคาค่าตั๋ว
เข้าชมบริเวณวัด ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อาจมีค่าเข้าชมสำหรับบางอาคารพิเศษ เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือสวนบางส่วน แต่หลัก ๆ จะฟรีค่าเข้าชม
เวลาทำการ
- บริเวณวัด เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
- อาคารต่าง ๆ และร้านค้า ส่วนใหญ่เปิดประมาณ 8:00 – 16:00 น. (อาจแตกต่างกันไป ควรตรวจสอบที่หน้างาน)
- พิธีโกมะ (Goma Ritual) จัดหลายรอบต่อวัน เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ (ควรตรวจสอบตารางเวลาล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ DAIHONZAN NARITASAN , เว็บไซต์ทางการ วัดนาริตะซัง ชินโชจิ นาริตะ
วัดนาริตะ เดินทางได้หลายวิธีสะดวกสุด ๆ

- จากสนามบินนาริตะ (NRT)
- รถไฟ JR นั่งรถไฟ JR Narita Line จากสถานี Narita Airport (Terminal 1) หรือ Airport Terminal 2 Station ไปลงที่สถานี JR Narita Station (ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที)
- รถไฟ Keisei นั่งรถไฟ Keisei Main Line จากสถานี Narita Airport (Terminal 1) หรือ Airport Terminal 2 Station ไปลงที่สถานี Keisei Narita Station (ใช้เวลาประมาณ 8 – 10 นาที)
- จากโตเกียว
- รถไฟ JR นั่งรถไฟ JR Sobu Line (Rapid) จากสถานี Tokyo Station หรือ Shinagawa Station ไปลงที่สถานี JR Narita Station (ใช้เวลาประมาณ 70 – 90 นาที)
- รถไฟ Keisei นั่งรถไฟ Keisei Skyliner หรือ Keisei Main Line Limited Express จากสถานี Keisei Ueno Station หรือ Nippori Station ไปลงที่สถานี Keisei Narita Station (ใช้เวลาประมาณ 60 – 80 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทขบวนรถ)
- จากสถานีรถไฟสู่วัด
จากทั้งสถานี JR Narita และ Keisei Narita สามารถเดินเท้าต่อไปยังวัดได้ ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที โดยเดินผ่านถนน Narita Omotesando ที่สวยงาม หรือจะเลือกนั่งแท็กซี่ก็ได้
วัดนาริตะซัง ชินโชจิ ในมุมมองผู้เขียน
สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจที่สุดเกี่ยวกับวัดนาริตะซังคือ “ความสมบูรณ์แบบที่ลงตัว” มันคือการผสมผสานระหว่างความเก่าแก่ขรึมขลังของวัดพันปี กับความมีชีวิตชีวาของถนนโอโมเตซันโดะ การได้เข้าร่วมพิธีโกมะถือเป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังและน่าจดจำมาก ๆ เสียงสวดมนต์ เสียงกลองไทโกะ และเปลวไฟที่ลุกโชน สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และขนลุกไปพร้อม ๆ กัน แต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง
การเดินสำรวจพื้นที่วัดที่กว้างขวางก็เพลินมาก แต่ละอาคารมีความงามเฉพาะตัว ยิ่งเดินเข้าไปลึกถึงสวนนาริตะซัง ก็ยิ่งรู้สึกสงบ เป็นการหลีกหนีความวุ่นวายได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังเดินทางสะดวกสุด ๆ ใครมีเวลาว่างก่อนขึ้นเครื่อง หรือมองหา Day Trip ง่าย ๆ จากโตเกียว ผู้เขียนแนะนำวัดนาริตะซังเป็นอันดับต้น ๆ เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

- ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการเที่ยวชมวัดนาริตะซัง?
แนะนำให้มีเวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอาคารหลัก ๆ และถนนโอโมเตซันโดะ หากต้องการชมสวนและเข้าร่วมพิธีโกมะ อาจต้องเผื่อเวลาเป็น 3 – 4 ชั่วโมง หรือครึ่งวัน
ช่วงเวลาไหนดีที่สุดในการเยี่ยมชม?
สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ถ้าอยากชมซากุระให้มาช่วงปลายมีนาคม – ต้นเมษายน ถ้าชอบใบไม้เปลี่ยนสีให้มาช่วงพฤศจิกายน หากต้องการหลีกเลี่ยงคนเยอะ ควรมาช่วงเช้าวันธรรมดา
มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้วีลแชร์หรือไม่?
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทางลาดและทางเรียบ แต่บางจุดอาจเป็นบันไดหรือพื้นกรวด อาจไม่สะดวกนักในทุกพื้นที่ ควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับทางวัดโดยตรง
สามารถถ่ายรูปภายในวัดได้หรือไม่?
โดยทั่วไปสามารถถ่ายรูปบริเวณภายนอกอาคารได้ แต่ห้ามถ่ายรูปและวิดีโอภายในอาคารที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามถ่ายรูปและวิดีโอระหว่างพิธีโกมะ เพื่อเป็นการเคารพสถานที่และพิธีกรรม
มีค่าเข้าชมหรือไม่?
การเข้าชมบริเวณวัดส่วนใหญ่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทสรุป
วัดนาริตะซัง ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) ไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ใกล้สนามบิน แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจ แหล่งพลังงานความศรัทธา และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่งดงามและน่าประทับใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาที่เที่ยวนาริตะ อยากสัมผัสพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ชิมของกินแถววัดนาริตะ อย่างปลาไหลย่างรสเลิศ หรือเพียงต้องการหามุมสงบก่อนการเดินทาง Artralux บอกได้เลยว่าวัดแห่งนี้ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ไปเยี่ยมชมมนต์เสน่ห์แห่งนาริตะด้วยตัวเองนะ












