ลองนึกภาพว่า…คุณยืนอยู่บนยอดเขาสูง มองเห็นทะเลเบื้องล่างส่องแสงสะท้อนพระอาทิตย์ พร้อมสายลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ รอบตัวไม่มีตึก ไม่มีเสียงรถ ไม่มีฝูงชน มีเพียงความเงียบสงบและธรรมชาติล้อมรอบ นี่แหละค่ะคือเสน่ห์ของ “ภูเขาโนโคกิริยามะ (Nokogiri-yama)” ที่หลายคนยังไม่รู้จัก
ภูเขาโนโคกิริยามะอาจไม่ใช่ชื่อที่โด่งดังเท่าฟูจิซัง แต่เชื่อไหมคะ…สถานที่แห่งนี้กำลังกลายเป็น “เพชรเม็ดงาม” สำหรับนักเดินทางที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย พร้อมเติมพลังใจด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว
ภูเขาโนโคกิริยามะคือที่ไหน?
ตั้งอยู่จังหวัดอะไร และเดินทางจากโตเกียวยังไงง่ายที่สุด?
“ภูเขาโนโคกิริยามะ” ตั้งอยู่ที่เมืองฟุตซึ (Futtsu) จังหวัดชิบะ (Chiba) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียวค่ะ
การเดินทางก็ไม่ยากอย่างที่คิด
- จากโตเกียว: นั่งรถไฟ JR ไปยังสถานี Hamakanaya
- จากนั้นนั่งกระเช้า Nokogiriyama Ropeway ขึ้นสู่ยอดเขา (หรือเดินขึ้นหากอยากฟิต)
ถ้าคุณใช้ JR Pass หรือ Suica Card ก็สามารถใช้งานได้เลยค่ะ เดินทางไป-กลับในหนึ่งวันได้สบายมาก
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/PKbBDrqJxkAuVpTGA
ความหมายของชื่อ “โนโคกิริยามะ” และที่มาทางประวัติศาสตร์
คำว่า “โนโคกิริ” แปลว่า “เลื่อย” ส่วน “ยามะ” คือ “ภูเขา” รวมกันหมายถึง “ภูเขาเลื่อย” ค่ะ
ชื่อแปลก ๆ แบบนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะ! เพราะลักษณะของภูเขานี้มีร่องหินลึกเหมือนรอยฟันเลื่อยจากการขุดหินในอดีต โดยพื้นที่เคยถูกใช้เป็นเหมืองหินขนาดใหญ่ในยุคเอโดะ และยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นจนถึงปัจจุบัน
ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมดา แต่ยังแฝงด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากค่ะ
ทำไมภูเขาโนโคกิริยามะถึงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ?
วิวพาโนรามา 360 องศาที่มองเห็นทั้งภูเขาและทะเล
ลองนึกภาพว่าคุณยืนอยู่บน “Jigoku Nozoki” หรือที่เรียกกันว่า “ระเบียงนรก” จุดชมวิวที่ยื่นออกจากหน้าผาหิน แน่นอนว่ามันฟังดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยและโด่งดังที่สุดของภูเขาโนโคกิริยามะเลยค่ะ
จากตรงนั้นคุณจะเห็นวิวทะเล Tokyo Bay ฝั่งหนึ่ง และทิวเขาชิบะอีกฝั่งหนึ่งแบบเต็มตา
เส้นทางเดินป่าที่ไม่โหดเกินไป เหมาะสำหรับมือใหม่
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเดินป่า ไม่ต้องกังวลค่ะ! เส้นทางที่นี่มีทั้งแบบทางราบ-ทางชันผสมกัน แต่ไม่ได้ยากหรือโหดเกินไป ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็กำลังพอดี ได้ออกกำลัง + ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด
ไฮไลต์เด็ดของภูเขาโนโคกิริยามะที่ห้ามพลาด
จุดชมวิว “Jigoku Nozoki” หรือระเบียงนรก
จุดนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยค่ะ ถ้าคุณเคยเห็นภาพคนยืนบนแผ่นหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผาสูงแล้วมองลงไปเบื้องล่างที่ลึกเหวี่ยง…นั่นแหละคือ Jigoku Nozoki (地獄覗き) ที่คนญี่ปุ่นเรียกติดปากว่า “การชะโงกหน้าดูขุมนรก”
แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ขอบอกเลยว่า วิวจากตรงนี้สวยมากกกก! มองเห็นอ่าวโตเกียว ท้องฟ้าเปิด น้ำทะเลเป็นประกาย เหมาะสุด ๆ สำหรับถ่ายรูปปัง ๆ ลง IG หรือทำคลิปเที่ยวสนุก ๆ ค่ะ
แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือเย็น เพราะแสงสวย และคนไม่แน่นมาก
พระพุทธรูปหินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (Nihon-ji Daibutsu)
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ภูเขานี้โด่งดังคือ “พระใหญ่แห่งนิฮอนจิ” หรือ Nihon-ji Daibutsu (日本寺大仏)
- พระพุทธรูปแห่งนี้สูงกว่า 31 เมตร!
- แกะสลักจากหินธรรมชาติบนหน้าผา
- สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1783
ถ้าคุณนึกถึงพระใหญ่นารา หรือคามาคุระ ที่นี่คือ “อีกระดับของความยิ่งใหญ่” ค่ะ แต่มีเสน่ห์ในแบบเงียบสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน บรรยากาศให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์มากจริง ๆ
เส้นทางบันไดหิน 1,500 ขั้นสู่วัดโบราณ
ระหว่างการเดินบนภูเขา คุณจะผ่าน “ทางศักดิ์สิทธิ์” ที่เป็นบันไดหินยาวถึง 1,500 ขั้น เรียงรายไปด้วยพระพุทธรูปหินขนาดเล็กชื่อว่า “Arhat” (羅漢) หรือที่คนไทยเรียกว่า “พระอรหันต์”
- มีมากกว่า 1,500 องค์
- แสดงสีหน้า ท่าทางแตกต่างกัน
- เป็นผลงานศิลปะโบราณของญี่ปุ่นที่หาชมได้ยากมาก
จุดนี้ไม่เพียงสวยแต่ยังให้พลังทางจิตวิญญาณอีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่มองหาความเงียบ สงบ และพลังด้านในใจค่ะ
ควรไปฤดูไหนดี? บรรยากาศต่างกันอย่างไรในแต่ละฤดู
ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงฤดูใบไม้ร่วง
หากคุณชอบสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ช่วง ปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายน คือช่วงที่ดีที่สุดค่ะ เพราะใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลืองเต็มภูเขา ทั้งทางเดินและมุมถ่ายรูปต่าง ๆ จะสวยเหมือนภาพวาด
หมอกบางในฤดูใบไม้ผลิ
ช่วง มีนาคม – เมษายน คือฤดูที่มีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือยอดไม้ สร้างบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินแบบจิตว่าง พร้อมชมดอกซากุระบานบางจุดในบริเวณวัดนิฮอนจิ
ความเขียวขจีในฤดูร้อน และบรรยากาศหิมะเบา ๆ ช่วงหน้าหนาว
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม): เต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่ม เย็นสบาย เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): หิมะตกบางวัน ทำให้วิวมีความ “ญี่ปุ่นโบราณกลางหิมะ” ที่โรแมนติกมาก
ไปภูเขาโนโคกิริยามะต้องเตรียมตัวยังไง?
เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ที่ควรพก
แม้ภูเขาโนโคกิริยามะจะไม่สูงมาก และเส้นทางเดินไม่โหดเกินไป แต่ก็มีบางจุดที่ค่อนข้างชันและเป็นหิน ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณเตรียมสิ่งต่อไปนี้ไว้ล่วงหน้าค่ะ
- รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าพื้นเกาะดี: ห้ามใส่รองเท้าแฟชั่น หรือรองเท้าแตะเด็ดขาดนะคะ
- เสื้อกันแดดหรือเสื้อคลุมบาง: แม้จะอยู่ในป่า แต่แสงแดดสามารถส่องแรงได้ในบางจุด
- หมวกหรือร่มพับ: ถ้าคุณไปช่วงหน้าร้อนหรือฤดูฝน
- ขวดน้ำและขนมเบา ๆ: บางจุดหาของกินลำบาก และการมีของติดตัวไว้ จะช่วยให้ไม่อ่อนแรงค่ะ
- พาวเวอร์แบงก์ และกล้องถ่ายรูป: เพราะคุณจะถ่ายภาพเยอะมากแน่นอน
คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ถนัดการปีนเขา
ถ้าคุณเดินไม่เก่งหรือมากับผู้สูงอายุ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะยังมีทางเลือกง่าย ๆ เช่น
- นั่งกระเช้า Nokogiriyama Ropeway ที่จะพาคุณขึ้นไปบนยอดแบบสบาย ๆ
- เส้นทางที่เลือกได้ เช่น เดินเฉพาะโซนพระใหญ่ หรือเพียงจุดชมวิว ไม่จำเป็นต้องเดินครบทุกเส้นทางก็ได้
และที่สำคัญ… มีห้องน้ำอยู่หลายจุด แถมยังสะอาดมากตามสไตล์ญี่ปุ่น
ของฝากและร้านอาหารแนะนำใกล้ภูเขาโนโคกิริยามะ
เมนูเด็ดจากทะเลอ่าวโตเกียวที่ควรลิ้มลอง
หลังจากเดินเขาจนเหนื่อย คุณสามารถลงมาด้านล่างที่เมือง Hamakanaya แล้วแวะรับประทานอาหารทะเลสด ๆ จากอ่าวโตเกียวได้เลยค่ะ โดยเฉพาะเมนูเหล่านี้
- ข้าวหน้าปลาดิบ (Kaisendon): ปลาสดหั่นชิ้นใหญ่ รสชาติหวานธรรมชาติ
- ปลาย่างเกลือ: โดยเฉพาะปลาซาวาระ หรือปลาคินเมะได
- หอยซาซิมิ: สำหรับคนชอบลองของแปลกใหม่
แนะนำร้าน “The Fish” ซึ่งอยู่ติดท่าเรือ มีทั้งอาหารญี่ปุ่นและของฝากพื้นเมืองในที่เดียวกัน
ร้านค้าท้องถิ่นที่ขายของทำมือและของพื้นเมือง
ถ้าคุณชอบของทำมือ ของตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น หรือขนมท้องถิ่น ที่นี่มีร้านค้าเล็ก ๆ ที่อบอุ่นอยู่หลายแห่ง เช่น:
- เครื่องรางจากวัด Nihon-ji
- พวงกุญแจแกะไม้รูปเลื่อย (สื่อถึงชื่อ “โนโคกิริ”)
- ขนมมันหวานอบ และขนมโมจิรสต่าง ๆ จากเมืองชิบะ
ร้านเหล่านี้มักจะเปิดเฉพาะช่วงกลางวันถึงเย็น ดังนั้นแนะนำให้แวะก่อนกลับค่ะ
ควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง/วันในการเที่ยวภูเขาโนโคกิริยามะ?
เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไหม หรือควรค้างคืน?
คำตอบคือ…เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้แน่นอนค่ะ! ถ้าคุณเริ่มต้นจากโตเกียวแต่เช้า คุณจะมีเวลาเพียงพอสำหรับ:
- ขึ้นกระเช้าหรือเดินขึ้นภูเขา
- เที่ยวชมวัด Nihon-ji, พระใหญ่, พระอรหันต์ และจุดชมวิวหลัก ๆ
- แวะกินอาหารทะเลสด ๆ ใต้ภูเขา
- และเดินเล่นชิล ๆ ตามร้านของฝากก่อนกลับ
เวลาที่ควรเผื่อโดยประมาณ
- เดินทางจากโตเกียว: 2 ชั่วโมง
- เที่ยวบนภูเขา: 3-4 ชั่วโมง
- พักกินข้าว + เดินตลาดท้องถิ่น: 1-2 ชั่วโมง
- เดินทางกลับ: 2 ชั่วโมง
รวมแล้วประมาณ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะกับทริป 1 วันพอดีค่ะ
แต่ถ้าคุณอยากดื่มด่ำแบบช้า ๆ หรือเน้นการถ่ายภาพ-นั่งสมาธิในวัดแบบลึกซึ้ง เราแนะนำให้ ค้างคืนในเมือง Kanaya ใกล้ ๆ เพื่อให้วันถัดไปสามารถตื่นเช้าไปถ่ายวิวทะเล หรือไปจุดอื่นใกล้เคียงได้ด้วย เช่น:
- ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่
- พิพิธภัณฑ์หินในอ่าวโตเกียว
- หาดทรายลับที่คนท้องถิ่นแนะนำ
รีวิวจากนักเดินทางจริง เขาพูดถึงภูเขาโนโคกิริยามะว่าอย่างไรบ้าง?
เสียงจากคนไทยที่เคยไป
มีนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายคนที่ได้ไปเยือนภูเขาโนโคกิริยามะ และต่างก็ประทับใจในบรรยากาศที่สงบ เงียบ และต่างจากแหล่งท่องเที่ยวดัง ๆ ในญี่ปุ่น
“เราชอบตรงที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเยอะ เหมือนได้เที่ยวแบบญี่ปุ่นจริง ๆ บรรยากาศวัดเงียบสงบ และวิวจากระเบียงนรกสวยมาก” – คุณฝ้าย, นักท่องเที่ยวจากเชียงใหม่
“ขึ้นกระเช้าไปก็ว้าวแล้วค่ะ แต่ที่ทำให้เราน้ำตาไหลคือพระใหญ่หินที่เงียบสงบมาก เหมือนกำลังนั่งอยู่กับพุทธะจริง ๆ” – คุณเอก, แบ็คแพ็คเกอร์จากกรุงเทพฯ
นักท่องเที่ยวต่างชาติแนะนำมุมลับที่ไม่ควรพลาด
นักเดินทางจากหลายประเทศต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูเขาโนโคกิริยามะให้ความรู้สึก “เหมือนย้อนเวลา” และ “ได้พบตัวตนใหม่” ด้วยความสงบที่ไม่อาจหาได้จากเมืองใหญ่
“ฉันเคยไปคามาคุระหลายครั้ง แต่โนโคกิริยามะคือสถานที่ที่ทำให้ฉันอยากอยู่นิ่ง ๆ มองทะเล และนั่งเงียบ ๆ กับพระอรหันต์ทั้งพันองค์” – Jenna จากสหรัฐฯ
“อย่าพลาดจุดลับหลังพระอรหันต์นะครับ! มันมีทางเดินเล็ก ๆ ที่พาไปเจอกับจุดชมวิวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครไป มองลงมาเห็นอ่าวแบบเงียบสงบสุด ๆ” – Lars จากสวีเดน
เสียงเหล่านี้คือพลังยืนยันว่า ภูเขาโนโคกิริยามะ ไม่ใช่แค่ “ภูเขา” แต่เป็นสถานที่ที่หลายคน “เจอคำตอบของชีวิต” หลังจากได้สัมผัสด้วยตัวเองค่ะ
ภูเขาโนโคกิริยามะเหมาะกับใคร?
นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ
ถ้าคุณชอบป่า เขา วิวทะเล และต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ภูเขานี้คือคำตอบค่ะ มันคือจุดที่ให้ทั้งความงาม ความเงียบ และโอกาสในการรีเซ็ตจิตใจ
ผู้ที่ต้องการสันโดษและบำบัดใจกลางขุนเขา
ภูเขาโนโคกิริยามะเหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หรือผู้ที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับชีวิตในเมือง หากคุณมองหาสถานที่ที่ให้แรงบันดาลใจโดยไม่ต้องใช้คำพูด ที่นี่แหละค่ะคือจุดนั้น
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติมที่เชื่อถือได้
เพื่อความน่าเชื่อถือในการวางแผนท่องเที่ยว เราแนะนำให้คุณตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการที่น่าเชื่อถือดังนี้ค่ะ:
- องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO):
👉 https://www.japan.travel/th/ - JR East Travel Service Center – ข้อมูลการเดินทางด้วยรถไฟและกระเช้า:
👉 https://www.jreast.co.jp/e/ - เว็บไซต์ท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ (Visit Chiba):
👉 https://www.visitchiba.jp
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูเขาโนโคกิริยามะ
Q1: ต้องฟิตร่างกายก่อนขึ้นไหม?
A: ไม่จำเป็นค่ะ หากคุณเลือกนั่งกระเช้า แต่ถ้าจะเดินขึ้น แนะนำให้ออกกำลังกายเบา ๆ สัก 1 สัปดาห์ล่วงหน้า
Q2: เด็ก ๆ หรือผู้สูงอายุไปได้ไหม?
A: ได้ค่ะ โดยเฉพาะถ้าใช้กระเช้าขึ้นและเลือกเดินเฉพาะจุดหลัก ๆ
Q3: มีค่าเข้าชมหรือไม่?
A: มีค่ะ ค่าตั๋วเข้าชมวัด Nihon-ji และบริเวณต่าง ๆ ประมาณ 700 เยน
Q4: เปิดให้เข้าชมช่วงเวลาไหน?
A: ตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น. แต่แนะนำให้ไปช่วงเช้าเพื่อเลี่ยงแดดและฝูงชน
Q5: ถ้าฝนตกยังเที่ยวได้ไหม?
A: ได้ค่ะ แต่ต้องระวังพื้นลื่น ควรพกร่มและรองเท้ากันลื่น
Q6: ใช้ JR Pass ได้ไหม?
A: ได้ค่ะ สำหรับการเดินทางจากโตเกียวมายังสถานี Hamakanaya
ภูเขาโนโคกิริยามะอาจไม่ใช่ชื่อแรกที่คุณนึกถึงเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น แต่ขอบอกว่า…นี่คือหนึ่งใน “จุดหมายลับ” ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของคุณโดยสิ้นเชิงค่ะ จากวิวพาโนรามา วัดเก่าแก่ ไปจนถึงพระใหญ่และเส้นทางแห่งสติ ที่นี่มีครบทุกอย่างที่นักเดินทางสายธรรมชาติ ศิลปะ และจิตวิญญาณตามหาอยู่
หากคุณต้องการผู้ช่วยในการวางแผนทริปของคุณ Artralux ช่วยคุณได้ เพื่อการเดินทางอย่างสะดวกสบายและเป็นไปตามความต้องการของคุณ ช่วยให้ช่วงเวลานี้ของคุณเป็นช่วงเวลาที่สุดพิเศษ กับ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมออกแบบทริปในฝันให้เป็นจริง
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว
สนใจติดต่อ Artralux ที่ 02-047-0083 หรือ ผ่านช่องทางไลน์ Line: @Artralux (มี @ นำหน้า)
📞 | 02-047-0083
💬 | (Line) https://bit.ly/3I9BJ42














