โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

โรงทอไหมโทมิโอกะ ไขความลับมรดกโลกยุคเมจิ ณ จังหวัดกุนมะ ที่ไม่ควรพลาด

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill) คือหนึ่งในสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของญี่ปุ่นจากสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ด้วยความตั้งใจของรัฐบาลเมจิในการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัย ภายหลังการเปิดประเทศสู่โลกตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ 19

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อสถานที่นี้ในฐานะ มรดกของโลกญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 2014 แต่มีไม่กี่คนที่จะได้สัมผัสเรื่องราวทั้งหมดที่ซ่อนอยู่หลังอิฐสีแดงของโรงงานแห่งนี้ โรงทอไหมโทมิโอกะไม่ใช่เพียงแหล่งผลิตผ้าไหมเท่านั้น แต่เป็นเวทีสำคัญของการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

สารบัญ

จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติไหม – เมจิและวิสัยทัศน์ใหม่ของญี่ปุ่น

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

หลังจากการฟื้นฟูอำนาจจักรพรรดิเมจิในปี 1868 ญี่ปุ่นตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ความทันสมัยโดยการนำเทคโนโลยีจากตะวันตกมาปรับใช้ หนึ่งในเป้าหมายหลักของยุคเมจิคือ “Fukoku Kyohei” หรือ “ประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง” ซึ่งต้องเริ่มจากการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้จากการส่งออกสินค้าคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก

ในยุคนั้น “ไหม” ถือเป็นสินค้าที่ญี่ปุ่นมีศักยภาพมากที่สุด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เส้นใยไหมจากญี่ปุ่นได้รับความนิยมในตลาดโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตไหมของญี่ปุ่นยังคงเป็นแบบดั้งเดิมและไม่สามารถผลิตในปริมาณมากได้

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเมจิจึงวางแผนสร้าง โรงงานทอไหมแบบอุตสาหกรรม แห่งแรกของประเทศขึ้นมา ซึ่งจะกลายเป็นแบบอย่างให้กับโรงงานอื่นๆ ทั่วญี่ปุ่น

พอล บรูนาต์ และการสร้างโรงทอไหมโทมิโอกะ ความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

โครงการก่อสร้างโรงทอไหมโทมิโอกะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากการร่วมมือจากฝรั่งเศส โดยเฉพาะชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า พอล บรูนาต์ (Paul Brunat) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมผ้าไหมชาวฝรั่งเศสที่มีความเข้าใจในตลาดโลกและเทคโนโลยีการผลิตไหมขั้นสูง

พอลเดินทางมายังญี่ปุ่นเพื่อสำรวจพื้นที่และให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเมจิ ในที่สุดเขาเลือกเมืองโทมิโอกะ จังหวัดกุนมะเป็นสถานที่ก่อสร้าง เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเอื้ออำนวย เช่น มีแหล่งน้ำสะอาด มีอากาศเหมาะสมสำหรับการเลี้ยงไหม และอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ

เมื่อโรงงานเปิดตัวในปี 1872 ภายใต้ชื่อ “โรงงานทอไหมโทมิโอกะ” มันไม่เพียงเป็นศูนย์กลางการผลิตไหมของประเทศ แต่ยังกลายเป็นศูนย์รวมของการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

โรงทอไหมที่เปลี่ยนประเทศ จากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่เวทีโลก

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษหลังการก่อตั้ง โรงทอไหมโทมิโอกะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นสามารถผลิตไหมได้เพียงประมาณ 1,000 ตันต่อปี แต่ภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 12,000 ตัน

นอกจากตัวเลขที่น่าทึ่งแล้ว โรงงานยังเป็นสถานที่ทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไหมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องเครื่องจักร การอบรังไหม การควบคุมอุณหภูมิ และการปรับปรุงคุณภาพเส้นใย ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไหมในระดับโลกได้อย่างมั่นคง

ความเข้าใจผิด และเรื่องเล่าแสนสนุก “ไวน์แดง หรือ เลือด?”

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

แม้จะมีความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ แต่โรงงานแห่งนี้ก็ไม่ได้เปิดตัวได้ง่ายดายนัก ในช่วงแรกเมื่อรัฐบาลประกาศรับสมัครหญิงสาวมาทำงานที่โรงงาน กลับไม่มีใครกล้ามาสมัครงาน เนื่องจากมีข่าวลือแปลกประหลาดว่า “ชาวฝรั่งเศสกินเลือดคน!”

ต้นตอของความเข้าใจผิดนี้มาจากการที่คนท้องถิ่นเห็นผู้บริหารชาวฝรั่งเศสดื่ม “ไวน์แดง” แล้วเข้าใจผิดว่าคือเลือดจริงๆ ทำให้เกิดความกลัวอย่างแพร่หลาย รัฐบาลต้องออกแถลงการณ์เพื่อแก้ข่าวลือ และในที่สุดผู้จัดการโรงงานก็ส่งลูกสาววัย 14 ปีของตนเองมาทำงานเป็นคนแรก เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวอื่นๆ เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่ารักและแสดงถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างดี

สำรวจอาคารหลักของโรงทอไหมโทมิโอกะ – ประวัติ สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณแห่งยุคเมจิ

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณโรงทอไหมโทมิโอกะ สิ่งแรกที่จะสัมผัสได้คือความอลังการของอาคารอิฐแดงขนาดใหญ่ ที่แม้จะผ่านกาลเวลามากว่า 150 ปี แต่ยังคงความแข็งแรงและงดงามราวกับเพิ่งก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ ที่นี่ประกอบด้วยอาคารหลักที่สำคัญหลายแห่ง แต่ละแห่งมีบทบาทเฉพาะในกระบวนการผลิตไหม และยังสะท้อนแนวคิดทางสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

1. โรงกรอไหม (Reeling Plant)

อาคารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดของโรงงานแห่งนี้คือ โรงกรอไหม ซึ่งมีความยาวกว่า 140 เมตร ตัวอาคารใช้โครงสร้างไม้แบบญี่ปุ่น ผนังอิฐแดงแบบฝรั่งเศส และมีหน้าต่างโค้งจำนวนมากเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเพียงพอ ถือเป็นการออกแบบที่เน้นทั้ง “ฟังก์ชัน” และ “สุขลักษณะ”

ที่นี่คือหัวใจของโรงงาน เพราะเป็นจุดที่นำรังไหมมาต้มในน้ำร้อน แล้วใช้เครื่องจักรกรอเส้นใยไหมออกมา ซึ่งในยุคนั้นถือว่าล้ำสมัยมาก เครื่องจักรถูกนำเข้าจากฝรั่งเศสทั้งหมด และยังมีการอบรมคนงานอย่างจริงจังจากวิศวกรต่างชาติที่เดินทางมาประจำอยู่ ณ ที่แห่งนี้

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

2. โรงต้มรังไหม (Cocoon Warehouse)

รังไหมที่ได้จากฟาร์มไหมทั่วประเทศจะถูกส่งมาที่นี่เพื่อจัดเก็บและตากแห้งก่อนนำไปแปรรูป อาคารนี้มีระบบระบายอากาศที่ดีเยี่ยมโดยการออกแบบให้มีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่สามารถเปิด-ปิดได้ตามฤดูกาล ถือเป็นอีกตัวอย่างของการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมกับแนวคิดสถาปัตยกรรมตะวันตก

3. บ้านพักชาวต่างชาติ (Brunat’s Residence)

เป็นบ้านพักของพอล บรูนาต์ และผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสคนอื่นๆ ที่มาประจำโรงงาน ซึ่งตกแต่งแบบยุโรปคลาสสิก ตัวบ้านทำจากไม้ยกพื้น มีหน้าต่างบานใหญ่ ล้อมรอบด้วยสวนเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ถือเป็นหลักฐานของการอยู่ร่วมกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกในยุคนั้น

ชีวิตคนงานในโรงทอไหม หญิงสาวผู้พลิกชะตาชีวิต

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

โรงทอไหมโทมิโอกะไม่ได้เป็นแค่สถานที่ผลิตสินค้า หากแต่เป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลงสถานะทางสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นในยุคนั้น หญิงสาวหลายพันคนจากทั่วประเทศเดินทางมายังที่แห่งนี้เพื่อทำงาน บางคนอายุน้อยเพียง 12 ปี ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้มีรายได้ ส่งเงินกลับบ้าน และเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

แม้ในยุคนั้นการทำงานในโรงงานจะยังไม่มีระบบแรงงานที่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน แต่โรงงานแห่งนี้กลับมีมาตรฐานสูงมากเมื่อเทียบกับที่อื่น คนงานได้รับอาหารที่ดี มีห้องพัก มีโรงพยาบาล มีโรงเรียนสำหรับสอนวิชาอุตสาหกรรม และบางคนต่อมาก็กลายเป็นผู้ก่อตั้งโรงงานไหมของตนเองในบ้านเกิด

เส้นทางสู่การเป็นมรดกโลก การอนุรักษ์และฟื้นฟูโรงงานหลังปิดตัว

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

หลังจากดำเนินกิจการมาเกือบ 115 ปี โรงงานแห่งนี้ได้ปิดตัวลงในปี 1987 ด้วยความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนไป แต่แทนที่จะถูกรื้อถอน โรงงานแห่งนี้กลับได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยรัฐบาลท้องถิ่น จังหวัดกุนมะ และนักประวัติศาสตร์เมจิ

มีการบูรณะตัวอาคาร เครื่องจักร รวมถึงการเปิดพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น และในที่สุดโรงทอไหมโทมิโอกะก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกในปี 2014 โดยระบุว่าเป็น “ตัวแทนของการเริ่มต้นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น”

ข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org

แนะนำจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงโรงทอไหมโทมิโอกะ

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

หากคุณมีเวลา ไม่ควรพลาดการเที่ยวชมสถานที่อื่นๆ ใกล้เคียงที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเติมเต็มวันของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น

● วัดโคมิโยะจิ (Komiyo-ji Temple)

วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงทอไหม รายล้อมด้วยต้นซากุระและเมเปิลที่สวยงามในทุกฤดูกาล เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับผู้ที่มาเยือนโทมิโอกะ

● ฟาร์มไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Farm)

หากคุณสนใจเรื่องการเลี้ยงไหม ฟาร์มนี้มีการจัดแสดงเส้นทางของไหมตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม การเก็บรัง และวิธีการทำผ้าไหมแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับครอบครัวหรือเด็กๆ ที่อยากเรียนรู้

● เมืองคุซัตสึ (Kusatsu Onsen)

เพียงเดินทางต่ออีกไม่กี่ชั่วโมง คุณจะได้สัมผัสออนเซนระดับตำนานของญี่ปุ่น ออนเซนกลางหุบเขาที่มีไอน้ำพวยพุ่ง และบ่อแร่ที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ

วิธีเดินทางไปโรงทอไหมโทมิโอกะ

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

 

  1. จากโตเกียว 
    • ขึ้นรถไฟ JR Joetsu Shinkansen จากสถานี Tokyo → ลงที่ Takasaki Station 
    • ต่อรถไฟ Joshin Dentetsu Line → ลงที่ Tomioka Station 
    • เดินเท้าประมาณ 10 นาทีถึงโรงงาน 
  2. โดยรถยนต์ส่วนตัว
    ใช้ทางด่วน Kanetsu Expressway → ลงที่ Fujioka IC → ขับต่อประมาณ 15 นาที 

สรุป ทำไมโรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)ถึงควรค่าแก่การไปเยือน?

โรงทอไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill)

  • เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศญี่ปุ่นสู่โลกอุตสาหกรรม 
  • เป็นสถานที่ที่หลอมรวมวัฒนธรรม ตะวันตก-ตะวันออก ไว้อย่างลงตัว 
  • ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก 
  • เดินทางง่าย ใกล้โตเกียว เหมาะกับทั้งทริปสั้นและทริปยาว 
  • มีจุดถ่ายภาพสวยงาม เหมาะกับสาย IG และคนชอบประวัติศาสตร์

Google Map : Tomioka Silk Mill

ต้องการวางแผนเที่ยวจังหวัดกุนมะประเทศญี่ปุ่นที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่ตรงใจ? การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบการเดินทางส่วนตัวก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม Artraluxพร้อมให้บริการออกแบบแพ็คเกจท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคุณ ทีมงานจะช่วยสร้างสรรค์ตารางการเดินทางและกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสนใจและงบประมาณ เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินทางอย่างสุขสบาย คุ้มค่า และน่าประทับใจที่สุด

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

สนใจติดต่อ Artralux ที่ 02-047-0083 หรือ ผ่านช่องทางไลน์ Line: @Artralux (มี @ นำหน้า)

📞 | 02-047-0083

💬 | (Line) https://bit.ly/3I9BJ42

SHARES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า