ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น (Universal Studios Japan) ถือเป็นอีกจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยนั้นนิยมไปกันอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย และยังได้รับความเพลิดเพลินและสนุกสนานด้วยนั่นเอง จึงถือได้ว่าปังสุด ๆ ไม่ไปไม่ได้แล้วในเวลานี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นสวนสนุกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครในโลก ด้วยการผสานรวมวัฒนธรรมของอนิเมะญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอีกด้วย เช่น มาริโอ (Mario), โปเกม่อน (Pokemon), และวันพีช (One Piece) ฯลฯ เป็นต้น กับเสน่ห์ความเป็นต้นฉบับของภาพยนตร์ และการ์ตูนจากค่ายยูนิเวอร์แซล
ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องเล่น และโซนต่าง ๆ ภายในสวนสนุกที่นำเสนอประสบการณ์ไม่เหมือนใครที่ไม่สามารถหาได้จาก Universal Studios ที่อื่นในโลก ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการจัดอีเวนท์พิเศษที่นำเสนอการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น กับสากลอย่างลงตัว ทำให้ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งสำหรับผู้รักการผจญภัย และแฟนพันธุ์แท้ของภาพยนตร์ อนิเมะและเกมจากทั่วทุกมุมโลก
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว
ประวัติของ ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น Universal Studios Japan
ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่นนั้น ตั้งอยู่ในโอซาก้า เป็นหนึ่งในสวนสนุกยอดนิยมที่มีผู้เยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนต่อปี นับตั้งแต่เปิดประตูครั้งแรกในวันที่ 31 มีนาคม 2544 โดยปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความบันเทิงสำหรับผู้ที่หลงใหลในภาพยนตร์ และการ์ตูน และนอกจากนี้ยังเป็นสวนสนุก Universal Studios แห่งแรกนอกอเมริกาเหนืออีกด้วย
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์ และน่าสนใจก็คือการผสมผสานระหว่างความเป็นสากลของแบรนด์ยูนิเวอร์แซลกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่นี่นำเสนอโซนธีมต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนใคร เช่น The Wizarding World of Harry Potter, Minion Park และ Super Nintendo World ซึ่งเปิดให้บริการล่าสุดในปี 2564 และได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้เยี่ยมชมทั่วโลก
ค่าใช้จ่ายของ Universal Studios Japan โดยประมาณ
1. ตั๋วเข้าสวนสนุก
- Studio Pass (บัตรเข้าสวนสนุก 1 วัน)
- ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) 7,400 เยน/คน (ประมาณ 1,800 บาท)
- เด็ก (อายุ 4-11 ปี) 5,100 เยน/คน (ประมาณ 1,200 บาท)
- Studio Pass 2 Day
- ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) 14,700 เยน/คน (ประมาณ 3,500 บาท)
- เด็ก (อายุ 4-11 ปี) 10,200 เยน/คน (ประมาณ 2,500 บาท)
- Studio Pass 3 Day
- ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) 21,900 เยน/คน (ประมาณ 5,300 บาท)
- เด็ก (อายุ 4-11 ปี) 15,300 เยน/คน (ประมาณ 3,700 บาท)
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- Express Pass เริ่มต้นที่ 7,900 เยน/วัน (ประมาณ 1,900 บาท)
- Universal Photo Pass เริ่มต้นที่ 6,900 เยน/วัน (ประมาณ 1,700 บาท)
- ของที่ระลึก ขึ้นอยู่กับสินค้านั้น ๆ
2. ที่พัก
- Universal Port Hotel เริ่มต้นที่ 45,000 เยน/คืน (ประมาณ 11,000 บาท)
- Hotel Gracery Osaka เริ่มต้นที่ 15,000 เยน/คืน (ประมาณ 3,600 บาท)
- Hotel Keihan Universal Tower เริ่มต้นที่ 12,000 เยน/คืน (ประมาณ 2,900 บาท)
3. ค่าอาหาร
- ร้านอาหารแบบ Quick Service เริ่มต้นที่ 1,000 – 1,500 เยน/คน (ประมาณ 250 – 360 บาท)
- ร้านอาหารแบบ Table Service เริ่มต้นที่ 2,000 – 3,000 เยน/คน (ประมาณ 500 – 700 บาท)
ค่าใช้จ่ายของ Universal Studios Japan ราคาข้างต้นที่เราจะมาบอกนั้นจะเป็นราคาโดยประมาณ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา โปรโมชั่น และปัจจัยอื่น ๆ ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ Universal Studios Japan เพื่อดูรายละเอียดของเครื่องเล่น กิจกรรมพิเศษ และข้อมูลอื่น ๆ ได้เลยที่ : https://www.usj.co.jp
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/av7zATAViFyf6Roh8
ในปี 2024 ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น (Universal Studios Japan) มีโซนอะไร และมีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น (Universal Studios Japan) มีทั้งหมด 9 ธีมโซน ซึ่งแต่ละโซนนั้นจะมีความโดดเด่น และเอกลักษณ์ที่ต่างกัน นอกจากนี้แต่ละโซนมีการออกแบบที่สร้างสรรค์ และเครื่องเล่นที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย ทำให้ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่มีความหลากหลายด้านความบันเทิง และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
โดยเราจะมารีวิวแต่ละธีมโซนให้กับทุก ๆ ท่านกัน ว่าแต่ละโซนนั้นจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง และมีอะไรที่เป็นไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาดบ้าง หากได้มาที่นี่ โดยที่เรานั้นจะเริ่มตั้งแต่ที่ใกล้ประตูที่สุด ไปจนถึงที่ไกลที่สุดเรียงกันไปให้กับทุกคนได้ดูกันได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
1. โซนธีม Hollywood
สำหรับโซนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศ และความสนุกสนานที่สะท้อนถึงเสน่ห์แห่งโลกภาพยนตร์ และการแสดงของฮอลลีวูดที่แท้จริง โดยเมื่อคุณได้เดินเข้าสู่โซน Hollywood คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินบนถนนที่มีดาวเด่นๆ ประดับอยู่บนพื้น ซึ่งเป็นการจำลองถนนดังจาก Hollywood Walk of Fame มีตัวละครดังๆ อย่าง Marilyn Monroe และ Charlie Chaplin ปรากฏตัวเดินผ่านไปมา นอกจากนี้ยังมีการแสดงสดจากนักแสดงที่แต่งตัวเป็นดาราดัง ที่จะทำการแสดงอยู่กลางแจ้งตลอดเส้นทาง และคอยถ่ายรูปกับผู้เยี่ยมชมที่เดินผ่านไปมา
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Universal Monsters Live Rock and Roll Show
การแสดงที่มีสัตว์ประหลาดจากภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซลที่มาร่วมแสดงดนตรีสด ทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศของคอนเสิร์ตร็อคแอนด์โรลที่แปลกใหม่
- Shrek’s 4-D Adventure
สัมผัสการผจญภัยสุดแปลกใหม่กับ Shrek และ Donkey ในรูปแบบ 4-D ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้น
- ช้อปปิ้งของที่ระลึกหรือของฝาก และรับประทานอาหาร
ไม่เพียงแต่การเล่นเครื่องเล่น และชมการแสดงเท่านั้น แต่โซน Hollywood ยังเต็มไปด้วยร้านค้า และร้านอาหารที่มีสินค้า และเมนูพิเศษหลากหลาย เช่น ร้านขายสินค้าที่ระลึกของภาพยนตร์ดัง ๆ และร้านอาหารที่ให้บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในฮอลลีวูดจริง ๆ โดยที่ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่อาหารอเมริกันแท้ ๆ เช่น เบอร์เกอร์และฮอทดอก ไปจนถึงอาหารหรูระดับกูร์เมต์
- โรงละคร Palace Theater
ที่นี่จะมีการแสดงบนเวทีคุณภาพสูงที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลต่าง ๆ การแสดงเหล่านี้มักจะเป็นการผสมผสานระหว่างดนตรี นาฏศิลป์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความบันเทิงระดับโลก
2. โซนธีม New York
ที่นี่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของเมืองนิวยอร์กอย่างชัดเจน ผ่านการตกแต่ง และเครื่องเล่นที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเมือง และเมื่อคุณเดินเข้าสู่โซน New York คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าของนิวยอร์ก มีป้ายโฆษณาแนวนีออนสว่างไสว และเสียงบีบแตรรถที่ดังก้องไปทั่วถนน ถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าสไตล์เก่าแก่ และอพาร์ตเมนต์สูงตระหง่าน ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงชีวิตที่คึกคักของเมืองใหญ่
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- The Amazing Adventures of Spider-Man – The Ride 4K3D
สำหรับเครื่องเล่นนี้นั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีนำเสนอการผจญภัยของสไปเดอร์แมนผ่านเทคโนโลยี 3D ที่ทันสมัย ทำให้ผู้เล่นได้รู้สึกเหมือนกำลังปีนตึกไปกับสไปเดอร์แมนจริง ๆ
- Terminator 2 3-D
การผสมผสานระหว่างภาพยนตร์ และโชว์สดที่ทำให้เหตุการณ์ในหนัง Terminator 2 กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมเอฟเฟกต์พิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ
- การแสดงสด
โซน New York ยังมีการแสดงสดที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นักเต้นทรงเครื่องจนถึงนักแสดงที่ทำลูกเล่นต่าง ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊ส และบลูส์ที่ดังอยู่เบื้องหลัง แต่ละการแสดงนำเสนอความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันไป สร้างบรรยากาศที่เหมือนจริงสุด ๆ
- ช้อปปิ้งและร้านอาหาร
นอกจากการเล่นเครื่องเล่นแล้ว โซนนี้ยังมีร้านค้า และร้านอาหารมากมายที่จำลองมาจากเมืองนิวยอร์ก ทำให้คุณได้ช้อปปิ้งของฝากของที่ระลึก และลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ ในบรรยากาศแบบนิวยอร์กอย่างแท้จริง
3. โซนธีม Minion Park
โซนธีมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และสีสันสดใส ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “Minion Park” โซนธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดนิยม “Despicable Me” และตัวละครมินเนี่ยนที่ทั่วโลกให้ความรักและชื่นชอบ ที่นี่คุณจะได้พบกับการผจญภัยที่ไม่เหมือนใครในโลกของมินเนี่ยนที่จะทำให้ทุกวัยประทับใจ และหัวเราะได้ไม่หยุด
เมื่อเดินเข้าสู่ Minion Park คุณจะสามารถเห็นการตกแต่งที่สดใส และเต็มไปด้วยสีเหลืองสะดุดตา บริเวณนี้ได้ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับที่เห็นในภาพยนตร์ เช่น บ้านของ Gru ที่มีห้องแล็บลับ และสวนสนุกที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่แปลกใหม่มากมาย
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Despicable Me Minion Mayhem
การผจญภัยแบบ 4D ที่ผู้เข้าชมจะได้สวมแว่น 3D และเข้าไปในโลกของมินเนี่ยน ทำภารกิจร่วมกับ Gru และลูกสาวทั้งสามของเขา
- Minion Hacha-Mecha Ride
เครื่องเล่นที่นำเสนอการผจญภัยที่ตื่นเต้น ขณะที่คุณต้องหลบหนีจากแผนการที่ชวนหัวเราะของมินเนี่ยน
- อาหารและสินค้าที่ระลึก
ใน Minion Park ยังมีร้านอาหาร และร้านขายสินค้าที่ระลึกและของฝากที่มีธีมมินเนี่ยนมากมาย คุณสามารถลิ้มรสอาหาร และขนมที่ได้แรงบันดาลใจจากมินเนี่ยน เช่น ไอศกรีมรูปมินเนี่ยน หรือแม้แต่แฮมเบอร์เกอร์ที่มีท็อปปิ้งเป็นมินเนี่ยนที่น่ารัก ร้านขายสินค้าที่ระลึกเช่น “Minion Mart” จะทำให้คุณได้หาซื้อของที่ระลึกมากมายที่เกี่ยวกับมินเนี่ยน ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงของเล่น และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ
4. โซนธีม San Francisco
ซึ่งได้รับการออกแบบ และสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองซานฟรานซิสโก แห่งรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ด้วยบรรยากาศที่สมจริง และมีเอกลักษณ์ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสิ่งที่ทำให้โซนนี้น่าสนใจ และน่าสำรวจ เมื่อเดินเข้าสู่โซน San Francisco คุณจะได้พบกับการจำลองภาพลักษณ์ของเมืองซานฟรานซิสโกจนคุณต้องทึ่ง ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์วิคตอเรียนที่มีเสน่ห์ ไปจนถึงท่าเรือที่มีบรรยากาศเหมือนจริง และไม่พลาดที่จะมีสะพาน Golden Gate Bridge ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับว่าคุณกำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโกจริง ๆ
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Backdraft
การจำลองสถานการณ์ไฟไหม้ที่มีเอฟเฟกต์ระดับฮอลลีวูดทำให้คุณได้สัมผัสกับความตื่นเต้นของการเป็นนักดับเพลิงในสถานการณ์จริง
- Earthquake – The Big One
เครื่องเล่นที่จำลองแผ่นดินไหวทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสมือนกำลังอยู่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริง
- อาหารสไตล์ซานฟรานซิสโก
นอกจากจะมีเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นแล้ว โซนนี้ยังมีร้านอาหารที่นำเสนออาหารทะเลสดใหม่ และอาหารสไตล์อเมริกันแท้ๆ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้ลิ้มรสชาติของซานฟรานซิสโกที่แท้จริง บรรยากาศของร้านอาหารก็ถูกตกแต่งให้เข้ากับสไตล์ของเมืองท่า เสมือนคุณกำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่ Fisherman’s Wharf จริง ๆ
- การแสดงสด
โซน San Francisco ยังเป็นที่จัดการแสดงสดที่หลากหลาย ทั้งนักแสดงที่มาแสดงทักษะพิเศษ และการแสดงดนตรีสดที่จะทำให้บรรยากาศในโซนนี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
5. โซนธีม Jurassic Park
เมื่อพูดถึงการผจญภัยในโลกของไดโนเสาร์ ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าโซนธีม “Jurassic Park” ที่ Universal Studios Japan ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและเร้าใจ เหมือนกับการย้อนเวลากลับไปยังยุคจูราสสิค ที่นี่คุณสามารถสำรวจโลกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์สุดอลังการ และพืชพันธุ์ที่มีขนาดยักษ์หลากหลายสายพันธุ์ และการตกแต่งฉากที่คล้ายป่าดึกดำบรรพ์ ทำให้ทุกการเดินทางในโซนนี้เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ และการค้นพบที่ไม่รู้จบ เป็นการผจญภัยที่ทุกคนในครอบครัวจะประทับใจไม่รู้ลืม
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Jurassic Park – The Ride
เป็นเครื่องเล่นแบบล่องเรือผ่านทางน้ำที่จะพาคุณไปสำรวจโลกอันน่าทึ่งของไดโนเสาร์ ระหว่างการเดินทาง คุณจะได้พบกับไดโนเสาร์นานาชนิดที่แสดงออกมาอย่างสมจริง จนคุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางผ่านป่าลึกจริง ๆ และต้องระวังไม่ให้โดนไดโนเสาร์จับได้ด้วยนะ
- The Flying Dinosaur
เป็นรถไฟเหาะที่จะทำให้คุณได้รู้สึกถึงการล่องลอยไปในอากาศเหนือภูมิประเทศของเกาะ มันเป็นประสบการณ์ที่ท้าทาย และเร้าใจที่จะทำให้หัวใจของคุณเต้นรัวไปด้วยความตื่นเต้นได้เลยแหละ
5. โซนธีม Waterworld
เป็นหนึ่งในโซนธีมที่มอบประสบการณ์การผจญภัยบนน้ำที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการนำเสนอการแสดงสุดมันส์ที่แตกต่างจากโซนอื่น ๆ ในยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น โซนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง “Waterworld” ซึ่งเล่าถึงโลกอนาคตที่น้ำท่วมทั้งโลก ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดบนผืนน้ำที่ไร้ซึ่งแผ่นดินแห้ง
ตัวโซน Waterworld ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับหมู่บ้านลอยน้ำที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่รอดบนผืนน้ำในยุคหลังมหันตภัย เรือที่จอดเทียบท่า และท่าเรือที่มีหลังคาทำจากวัสดุที่หาได้จากการรีไซเคิลสร้างบรรยากาศให้ดูเหมือนโลกที่ต้องปรับตัวเองเพื่ออยู่รอด บรรยากาศของโซนนี้ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้จินตนาการถึงโลกที่มนุษย์ต้องต่อสู้เพื่อหาที่อยู่อาศัย และทรัพยากรบนผืนน้ำ
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Waterworld: A Live Sea War Spectacular
ที่ Waterworld ผู้เยี่ยมชมจะได้พบกับการแสดงสตันท์บนน้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งนำเสนอการต่อสู้อันดุเดือด การเดินเรือเร็ว การกระโดดจากที่สูง และการใช้อาวุธต่าง ๆ ในการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเอฟเฟกต์พิเศษ และพลุไฟที่ทำให้ทุกการแสดงเต็มไปด้วยความระทึกขวัญ การแสดงนี้ถือเป็นไฮไลต์หลักของโซนนี้ที่ผู้เยี่ยมชมทุกคนไม่ควรพลาด
- Jet Ski Adventure
เป็นเครื่องเล่นที่ให้ผู้เยี่ยมชมได้ขับเจ็ทสกีไปในเส้นทางที่ท้าทายภายในโซน Waterworld โดยมีการจำลองฉากการหนีตายจากศัตรูและอุปสรรคต่างๆ ที่น่าตื่นเต้น ทำให้เครื่องเล่นนี้เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยที่เร้าใจ
- ร้านค้าและจุดพักผ่อน
หลังจากที่ผู้เยี่ยมชมได้รับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับธีมของ Waterworld ที่ร้านอาหารและบาร์ต่าง ๆ ในโซน รวมถึงสามารถซื้อสินค้าที่ระลึก และของที่ระลึกจากร้านค้าในโซนธีมนี้ได้อีกด้วย
6. โซนธีม Super Nintendo World
โซนธีมใหม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและน่าทึ่งสำหรับแฟนๆ ของเกม Nintendo ทั่วโลก นั่นคือ “Super Nintendo World” ซึ่งเป็นสวนสนุกที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานที่ไม่เหมือนใคร ที่นี่คุณสามารถก้าวเข้าสู่โลกของเกมที่คุณชื่นชอบได้จริง ๆ จากการผจญภัยใน Mushroom Kingdom ไปจนถึงการแข่งขันใน Mario Kart ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือจินตนาการ
เมื่อคุณเดินเข้าสู่ Super Nintendo World คุณจะรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่โลกของเกม Nintendo จริง ๆ ด้วยการตกแต่งที่สดใสและมีสีสัน เต็มไปด้วยตัวละครต่าง ๆ จากเกม Nintendo ที่เรารู้จักกันดี เช่น Mario, Luigi, Princess Peach และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณจะได้พบกับปราสาท, ท่อสีเขียวขนาดใหญ่, และเห็ดต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะโผล่ออกมาจากเกม
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Mario Kart – Koopa’s Challenge
เป็นเครื่องเล่นที่ไม่ควรพลาด คุณจะได้ขับรถแข่งในสนามที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม และแข่งกับตัวละครจากเกม Mario Kart ด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ที่ทำให้การแข่งขันน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
- Yoshi’s Adventure
เหมาะสำหรับครอบครัว ที่จะพาคุณไปผจญภัยกับ Yoshi ผ่านโลกต่าง ๆ ในเกม ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและเสียงที่สนุกสนาน
- ช้อปปิ้งและอาหาร
ไม่เพียงแต่เครื่องเล่นและการตกแต่งเท่านั้น แต่ Super Nintendo World ยังมีร้านค้าและร้านอาหารที่เต็มไปด้วยสินค้าและเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากเกม Nintendo คุณสามารถหาซื้อสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ และลิ้มลองอาหารที่ออกแบบมาให้เหมือนอยู่ในโลกของเกม
7. โซนธีม The Wizarding World of Harry Potter
เมื่อก้าวเข้ามาคุณจะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเวทมนตร์ที่เคยจินตนาการไว้เสมอ ทุกมุมของโซนนี้ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อให้ทุกคนที่เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงบรรยากาศ และเสน่ห์ของซีรีส์หนัง และหนังสือ Harry Potter ที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเข้าไปในหมู่บ้าน Hogsmeade หรือการสำรวจปราสาท Hogwarts ที่ตระการตา คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และน่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- การเดินเล่นใน Hogsmeade
หมู่บ้าน Hogsmeade ถูกสร้างขึ้นมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมกับร้านค้าสไตล์โบราณที่ขายสินค้าและของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับ Harry Potter ทุกสิ่งที่คุณเห็นล้วนมีความเกี่ยวพันกับเรื่องราว ตั้งแต่ร้าน Honeydukes ที่ขายช็อคโกแลตกบ ไปจนถึงร้าน Ollivanders ที่คุณสามารถเลือกไม้กายสิทธิ์ของคุณเองได้
- การสำรวจปราสาท Hogwarts
ไม่มีอะไรจะสุดยอดไปกว่าการได้เห็นปราสาท Hogwarts ที่แท้จริง ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างงดงามและมีขนาดใหญ่ ด้านในมีการจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับโลกแห่งเวทมนตร์ เช่น ห้องเรียนต่างๆ และห้องสมุดที่มีหนังสือเวทมนตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นอย่าง Harry Potter and the Forbidden Journey ซึ่งจะพาคุณไปผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- ประสบการณ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่เหมือนใคร
ในโซนนี้ยังมีการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่มาจากเรื่องราว Harry Potter เช่น Butterbeer ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่เหล่านักเรียน Hogwarts นอกจากนี้ยังมี Three Broomsticks ที่เสิร์ฟอาหารอังกฤษแบบดั้งเดิม
8. โซนธีม Amity Village
นำเสนอประสบการณ์การเดินทางกลับไปยังยุค 70 ของเมืองชายทะเลสไตล์อเมริกันที่มีบรรยากาศแบบคลาสสิก เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา โซนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ดังเรื่อง “Jaws” ที่ทำให้ผู้ชมหลายคนต้องขนลุกขวัญผวากับเรื่องราวของฉลามยักษ์ที่อยู่ใต้ผืนน้ำ ที่นี่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่เมืองชายทะเลนั้น พร้อมกับสถาปัตยกรรมที่น่ารัก และกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น
เมื่อเข้าสู่ Amity Village คุณจะรู้สึกถึงบรรยากาศของเมืองชายทะเลแบบดั้งเดิม เรือนไม้ที่มีสีสันสดใส และป้ายร้านค้าแบบวินเทจกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง แต่ละบ้านมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแฝงไปด้วยความลึกลับ และเรื่องราวที่รอให้คุณค้นหา
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Jaws Ride
ไฮไลท์ของโซนนี้คือเครื่องเล่น “Jaws Ride” ที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้รับประสบการณ์การต่อสู้กับฉลามยักษ์แบบใกล้ชิด คุณจะได้ขึ้นเรือท่องเที่ยว และผจญภัยไปในน่านน้ำที่เต็มไปด้วยอันตราย ตัวเรือถูกโจมตีด้วยฉลามขนาดใหญ่ ซึ่งมีการจำลองอย่างสมจริงและน่ากลัว ทำให้เป็นประสบการณ์ที่หาที่เปรียบไม่ได้
- ร้านค้าและร้านอาหาร ด้วยบรรยากาศของเมืองชายทะเล
Amity Village ยังมีร้านค้า และร้านอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ และอาหารจานด่วนที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศของเมืองชายทะเล เช่น อาหารทะเลทอดและกุ้งมังกรที่เสิร์ฟในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ร้านค้าขายของที่ระลึกต่างๆ ก็มีให้บริการ เช่น ป้ายทะเบียนรถและเสื้อยืดที่มีโลโก้และภาพของฉลาม
9. โซนธีม Wonderland
เมื่อพูดถึงโลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด โซน Wonderland ที่ยูนิเวอร์แซลญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในโซนที่ทำให้ทุกคนได้เข้าสู่โลกของเทพนิยาย และตัวละครการ์ตูนที่เรารักและคุ้นเคย จากเรื่องราวของแอลิซในแดนมหัศจรรย์ไปจนถึงโลกแห่งการผจญภัยของเซสซามีสตรีท โซน Wonderland ได้จัดเตรียมประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความสนุกสนานเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัย
ทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่โซน Wonderland คุณจะรู้สึกเหมือนได้เข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยตัวละครที่คุ้นตาจากหนังสือนิทาน และซีรีส์ทีวี ตัวละครเหล่านี้ไม่เพียงแต่เดินเตร่อยู่รอบ ๆ แต่ยังมีส่วนร่วมในการแสดงสด และเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณได้มีส่วนร่วมในการผจญภัยของพวกเขา
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
- Alice’s Tea Party
เป็นเครื่องเล่นหมุนที่มีรูปแบบของถ้วยชาที่จะพาคุณไปสู่การหมุนวนอย่างสนุกสนานกับแอลิซและเพื่อนๆ
- Snoopy’s Great Race
เป็นรถไฟเหาะสำหรับเด็กที่มีทั้งความเร็วและความตื่นเต้นในระดับที่เหมาะสมสำหรับครอบครัว ซึ่งจะพาผู้โดยสารไปยังการแข่งขันที่สนุกสนาน
- การแสดงสด
นอกจากเครื่องเล่นแล้วที่ Wonderland ยังมีการแสดงสดที่ชวนให้ใจเต้นรัว อาทิเช่น การแสดงสดของโชว์ Sesame Street ที่จะมีทั้งบทเพลงและการเต้นรำที่น่ารักของตัวละครต่าง ๆ เช่น เอลโม่และบิ๊กเบิร์ด นอกจากนี้ยังมีโซนเล่นน้ำและพื้นที่สำหรับเด็กเล็กที่จะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ และสำรวจในขณะที่เล่น
- ร้านค้าและร้านอาหาร
สำหรับผู้ที่รักการช้อปปิ้ง โซน Wonderland มีร้านค้ามากมายที่ขายสินค้า และของที่ระลึกของฝาก จากเรื่องราวที่แสดงในโซนนี้ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น หนังสือ หรือเสื้อผ้า นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารจานเด็กที่มีรูปแบบ และรสชาติที่น่าตื่นเต้นเพื่อดึงดูดใจเด็ก ๆ
สุดท้ายนี้สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่ต้องการเที่ยวยูนิเวอร์แซล (Universal) ด้วยตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน และจะวางแผนท่องเที่ยวยังไง รวมถึงการซื้อตั๋วต่าง ๆ ทาง Artralux บริษัทนำเที่ยวชั้นนำของไทย มาพร้อมกับบริการจัดทริปท่องเที่ยวแบบส่วนตัว เพียงแค่คุณบอกมาว่าอยากไปที่ไหน อยากทำอะไรบ้าง เราพร้อมออกแบบเส้นทางเที่ยวตามใจผู้เดินทาง บริการของเราครอบคลุมทุกรายละเอียดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง, จองตั๋วเครื่องบิน – กิจกรรมท่องเที่ยว รวมไปจนถึงที่พักต่าง ๆ
สนใจติดต่อ Artralux ที่ 02-047-0083 หรือ ผ่านช่องทางไลน์ Line: @Artralux (มี @ นำหน้า)
📞 | 02-047-0083
💬 | (Line) https://bit.ly/3I9BJ42
แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว









































