รวมที่เที่ยว Cappadocia (คัปปาโดเกีย) เมืองบอลลูนตุรกี ที่เที่ยวสุดปังชื่อดังของตุรกี

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของประเทศตุรกีที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะไปเยี่ยมเยือนมากเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากที่คัปปาโดเกีย (Cappadocia) นั้น เป็นสถานที่ตั้งของกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศตุรกีอย่างการขึ้นบอลลูนยักษ์ (Hot Air Balloon) นั้นเอง อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนเมืองคัปปาโดเกีย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองคัปปาโดเกีย มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลมากกว่าวิวบอลลูนตุรกีนับร้อย เมืองแห่งนี้คือเมืองที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินสวยแปลกตา ราวกับอยู่บนดวงจันทร์ เมืองแห่งนี้ คือ เมืองที่มีท้องฟ้าเป็นสีเหลืองทุกครั้งที่พระอาทิตย์ตกดินเหมือนดั่งภาพวาด และ เมืองแห่งนี้เอง เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติ เนื่องจากในอดีต สถานที่แห่งนี้เองเป็นหนึ่งในเส้นทางสายไหม ที่ใช้ในการค้าขาย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ตั้งแต่ประเทศตุรกียาวไปจนถึงประเทศจีน ด้วยเหตุนี้เอง องค์กร Unesco จึงได้ยกให้เมืองคัปปาโดเกียเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติ และ วัฒนธรรมนั่นเอง

 

เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้เดินทางไปท่องเที่ยวคัปปาโดเกีย (Cappadocia) อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ทาง Artralux บริษัทนำเที่ยวชั้นนำ จึงได้รวบรวมเรื่องราวน่าทึ่งของเมืองคัปปาโดเกีย การเดินทางไปที่เมืองคัปปาโดเกีย และ สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองที่ไม่ควรพลาดมาฝาก ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลย! 

 

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

 

The Secret of ‘คัปปาโดเกีย’ เมืองใต้ดินแห่งตุรกี

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นพื้นที่อาณาเขตใหญ่ ตั้งอยู่ทางตอนกลางของที่ราบสูงอนาโตเลีย (Anatolia) คัปปาโดเกียกินพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศตุรกี ได้แก่ จังหวัดอวาโนส (Avanos), เนฟเซฮีร์ (Nevsehir) อูร์กุป (Urgup)  และ มีเมืองเกอเรเม่ (Göreme) เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งจุดเด่น และ สิ่งที่น่าสนใจของคัปปาโดเกียที่ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนตุรกีนั้น คือ ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหินรูปทรงต่างๆ มีความสวยงามและแปลกตาเป็นอย่างมากเมื่อมองจากมุมสูง 

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

ซึ่งความสวยงามนี่เอง เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยในอดีตเมื่อ 3 ล้านปีก่อน ได้เกิดการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ถึง 2 ลูกพร้อมกัน นั้นคือ ภูเขาไฟเออซิเยส์ (Erciyes) และ ฮาซาน (Harsan) ซึ่งการปะทุดังกล่าว ได้ทำให้เถ้าถ่านของภูเขาไฟ และ ลาวา ได้พุ่งกระจายไปทั่วบริเวณและเกิดการทับถมกัน จนกลายเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป การกระทำของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด กระแสลม พายุ น้ำฝน และ หิมะ ได้ต่างกัดกร่อนพื้นแผ่นดิน และ ภูเขาหินดังกล่าว กลับกลายเป็นภูมิประเทศที่มีรูปร่างแปลก มีทั้งรูปทรงกรวย รูปทรงเห็ด  โดมกระโจมคว่ำ และ อีกมากมาย ซึ่งชาวตุรกี และ นักท่องเที่ยวได้ตั้งชื่อผืนดินแห่งนี้ว่า “ปล่องนางฟ้า”  หรือ “Fairy Chimne” นั่นเอง

 

ซึ่งความมหัศจรรย์นี่เอง ทำให้มีนักโบราณคดี และ นักธรณีวิทยาทั่วโลกเดินทางมาศึกษาพื้นที่ และ ได้ค้นพบว่าที่คัปปาโดเกีย (Cappadocia) นี่เอง มีเมืองใต้ดิน (Underground City) ซ้อนอยู่กว่า 40 แห่ง และเคยเป็นแหล่งชุมชนของประชากรนับหมื่นคนอีกด้วย   

 

สถานที่ท่องเที่ยว และ กิจกรรมในเมืองคัปปาโดเกีย

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

ขึ้นชื่อว่ามาท่องเที่ยวคัปปาโดเกีย (Cappadocia) แล้ว เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายคนคงจะนึกถึงการนั่งบอลลูนยักษ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมขึ้นชื่อของอาณาเขต Cappadocia ของประเทศตุรกีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นคัปปาโดเกียนั้น เนื่องจากคัปปาโดเกียมีภูมิประเทศแบบภูเขาหิน และมีรูปทรงที่ค่อนข้างประหลาด ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และ จุดถ่ายรูปที่สวยงามมากมาย โดยสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ คือ ที่ที่คุณไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้มาท่องเที่ยว Capppadocia 

 

1. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (GOREME OPEN AIR MUSEUM)


Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

สถานที่ท่องเที่ยวคัปปาโดเกียที่แรกที่ทาง Artralux อยากจะแนะนำให้ทุกท่านได้ไปเยี่ยมชม หากได้มาท่องเที่ยวที่คัปปาโดเกียนั้น คือ ที่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (GOREME OPEN AIR MUSEUM) ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอง คือ สถานที่ที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และ อิทธิพลทางศาสนาของชาวคัปปาโดเชียน (Cappadocian) ไปพร้อมๆ กัน 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ มีลักษณะเป็นเนินหุบเขา มีความกว้างใหญ่ และเต็มไปด้วยถ้ำใต้ดิน และ โบสถ์ทางศาสนาคริตส์ตั้งอยู่มากมาย ทั้งนี้เนื่องจากในอดีตก่อนศตวรรษที่ 4 ในยุคที่จักรวรรดิโรมันสั่งประหารชาวคริสเตียน และ นักบวช พวกเขาจึงได้ทำการลี้ภัยมารวมตัวกันที่เมืองเกอเรเม่ และได้สร้างห้องพัก ห้องครัว ห้องน้ำ รวมไปจนถึงสร้างโบสถ์ศาสนาคริสต์ขึ้นมาในเมืองมากมายจำนวนกว่า 10 แห่ง ซึ่งมีทั้งขนาดเล็ก และ ชนาดใหญ่ ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือสถาปัตยกรรม และ ภาพวาดฝาผนังของโบสถ์ ซึ่งได้แสดงให้เห็นวิวัฒนาการทางศิลปะ ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่วาดด้วยการใช้รูปทรงทางเรขาคณิต จน เริ่มมีการพัฒนาวาดภาพด้วยสีสันสดใสซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกริยาบถของพระเยซู และ คำสอนในพระคัมภีร์ นั่นเอง  

 

2. จุดชมพระอาทิตย์ตกดินคัปปาโดเกียที่สวยที่สุด ‘Red and Rose Valleys’

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

เมื่อมาเยี่ยมชม Cappadocia แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กับการนั่ง Hot Air Balloon เลยนั้น คือการปีนเขา หรือ ขี่ม้าขึ้นไปรับชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และ ท้องฟ้าสีทองอร่ามอันเลื่องลือของเมืองคัปปาโดเกีย โดยจุดชมวิวที่เรียกได้ว่าสวยงามที่สุดนั้น คือ ที่เนินเขา Rose and Red Valley ซึ่งจุดเด่นของภูเขาหินบริเวณนี้คือ สีของภูเขาซึ่งจะออกเป็นสีชมพูนวล และ สีส้มนวลๆ ซึ่งเมื่อได้รับแสงกระทบจากแสงพระอาทิตย์ตกดินนั้น จะยิ่งเพิ่มความงดงามขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

Red Vally นั้น เป็นอาณาเขตเนินเขาที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองเกอเรเม่ และ หมู่บ้านคาวูซิน ซึ่งการเดินทางขึ้นไปชมวิวบนยอด Red Valley นั้น สามารถเดินทางได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา หรือ ขี่ม้า แต่ห้ามเดินทางด้วยยานพาหนะ เช่น cars, ATVS, หรือ motorcycles โดยเด็ดขาด เนื่องจากจะเป็นการทำลายความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นนั่นเอง 

 

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

 

3. Pasabag Fairy Chimneys หรือ  ปล่องไฟนางฟ้า 

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

อีกหนึ่งที่เที่ยวไฮไลท์ของคัปปาโดเกีย (Cappadocia) นั้น คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากที่เนินเขา “Pasabag Fairy Chimneys” หรือที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ซึ่งจริงๆ แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังมีอีกชื่อนั้นคือ “Monk Valley” โดยในบริเวณนี้ มีจุดเด่นคือ เป็นสถานที่รวมตัวกันของภูเขาหินซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับเห็ดยักษ์  Fairy Chimneys แห่งนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางไร้องุ่น ทางตอนเหนือจากเมืองเกอเรเม่ (Goreme) ไปประมาณ 4.8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ติดริมถนนสายที่ใช้เพื่อเดินทางไปหุบเขา Zelve Valley นั่นเอง 

 

4. นครใต้ดินเดอรินคุยู (Underground City of Derinkuyu)

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ที่คัปปาโดเกีย มีเมืองใต้ดินที่ซ้อนอยู่กว่า 40 แห่ง แต่เมืองใต้ดินที่มีความยิ่งใหญ่มากที่สุด หนีไม่พ้น นครใต้ดินเดอรินคุยู ซึ่งเป็นเมืองโบราณอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นเมืองใต้ดินของอาณาเขตคัปปาโดเกีย มีความลึกประมาณ 60 เมตร และ มีความกว้างขวางเทียบเท่ากับตึก 10 – 11 ชั้น อีกทั้งยังสามารถรับรองรับผู้คนได้มากถึง 20,000 ชีวิตเลยทีเดียว ซึ่งความลึกลับของสถานที่แห่งนี้คือ ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า ใคร หรือ ประชากรของชนเผ่าอะไร เป็นผู้สร้างเมืองแห่งนี้ขึ้นมา แต่ที่รู้ๆ ก็คือ เมืองใต้ดินแห่งนี้ ถูกสร้างอย่างพิถีพิถัน ภายในปลอดโปร่งมาก มีรูระบายอากาศตลอดทาง สามารถอยู่อาศัยได้จริง พบห้องนอน ห้องครัว โรงเรียน โบสถ์ รวมไปถึงสถานที่เลี้ยงสัตว์อีกด้วย นอกจากนี้เมืองใต้ดินแห่งนี้เองยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังเมืองใต้ดินโบราณอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย  

 

5. คัปปาโดเกีย บอลลูนยักษ์ ชมบรรยากาศรอบ Cappadocia 

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

แน่นอนว่าไฮไลท์ของการมาท่องเที่ยวคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ที่ทุกคนรอคอยนั้น จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก การขึ้นบอลลูนยักษ์ ตุรกี เพื่อชื่นชมบรรยากาศเมืองคัปปาโดเกียโดยรอบ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสัญลักษณ์ของเมืองคัปปาโดเกียเลยก็ว่าได้ โดยกิจกรรมขึ้นบอลลูนตุรกีนั้น นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วได้จากโรงแรมทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมืองเกอเรเม่ (Goreme) ซึ่งราคาเริ่มต้นจะเริ่ม ตั้งแต่ 100USD ไปจนถึง 300USD ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของจำนวนนักท่องเที่ยว และ ขนาดของบอลลูนที่ต้องการ ซึ่งเมื่อขึ้นบอลลูนตุรกีดังกล่าวแล้ว คุณจะได้เห็นกับบรรยากาศของภูมิประเทศคัปปาโดเกียจากมุมสูงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหินสีชมพูที่Red and Rose Valley รวมไปจนถึง ภูเขาหินรูปเห็ดยักษ์ที่บริเวณ Pasabag Fairy Chimey นอกจากนี้ ทางกัปตันผู้บังคับบอลลูน ยังมีการบังคับบอลลูนให้ต่ำลงในบางพื้นที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสภูเขาหินอย่างใกล้ชิด และ มีการขับเลี้ยวหลบภูเขาเพื่อเป็นลูกเล่นอีกด้วย 

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

อย่างไรก็ตาม หากนักท่องเที่ยวคนไหน ที่กลัวความสูง และไม่กล้าพอที่จะขึ้นบอลลูนยักษ์ไปชมบรรยากาศเมือง และ ปล่องไฟนางฟ้าอันสวยงามจากมุมสูง ที่เมืองคัปปาโดเกียนั้น เต็มไปด้วยจุดชมวิวบอลลูนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบนยอดเขา Red Valley หรือ ตามดาดฟ้าของโรงแรม โดยโรงแรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการพักผ่อน พร้อมสามารถชมวิวบอลลูน ตุรกียักษ์ร่องรอยไปตามท้องฟ้าของคัปปาโดเกีย เหนือเนินเขารูปทรงแปลกตานั้น คือ โรงแรม Koza Cave Hotel โดยโรงแรมแห่งนี้ มีมุมดาดฟ้าไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวบอลลูนยามเช้า แถมยังมีพร็อพตกแต่งสถานที่ให้ครบพร้อมถ่ายรูป นอกจากนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังมีเพียงแค่ 10 ห้องเท่านั้น จึงต้องรีบจองกันหน่อย แต่บอกเลยว่า ด่วยความที่ห้องไม่เยอะ คนจึงไม่วุ่ยวาย สามารถผลัดกันถ่ายรูปได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว ซึ่งมาคัปปโดเกียทั้งที อย่าได้พลาดถ่ายวิวบอลลูนตุรกีกลับบ้านนะคะ หากต้องการจองโรงแรม Koza Cave Hotel ติดต่อ Artralux ได้เลย!

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

6. ร้านขายพรมชื่อดัง Galerie Ikman 

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

เราขอปิดท้ายสถานที่ท่องเที่ยวในคัปปาโดเกีย (Cappadocia) กันที่ร้านขายพรมชื่อดังของเมือง ที่ชื่อว่า  Galerie Ikman ซึ่งนอกจากจะขายพรมแล้ว เขายังมีบริการถ่ายรูป ซึ่งมีค่าเข้าไปถ่ายรูปโดยประมาณเริ่มต้นอยู่ที่คนละ 300 บาท ซึ่งจะมีการให้เลือกหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น แบบเราถ่ายเอง, แบบให้ทางร้านถ่ายให้ด้วยการใช้โดรน และ แบบเหมาถ่ายเองแบบส่วนตัว โดยจะให้เวลา 30 นาที ซึ่งการเดินทางมาร้านแห่งนี้ ไม่ได้ยากเลย เพราะร้านอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของคัปปาโดเกียอย่าง Goreme National Park เพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

 

การเดินทางจากอิสตันบูล (Istanbul) ไปคัปปาโดเกีย (Cappadocia)

 

Cappadocia (คัปปาโดเกีย)

ในส่วนของการเดินทางจากอิสตันบูลไปยังคัปปาโดเกียนั้นก็ไม่ยาก และ สะดวกมากๆ เลย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (Istanbul Airport) มายังคัปปาโดเกียได้จากการนั่งรถบัส ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1 พันบาทนิดๆ อย่างไรก็ตาม เส้นทางเดินทางไปคัปปาโดเกียอาจจะลำบาก และ ใช้เวลานาน ประมาณ 13-14 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

 

อีกหนึ่งวิธีสำหรับเดินทางไปคัปปาโดเกียที่ได้รับความนิยม คือ การนั่งเครื่องบิน ซึ่งจากสนามบินอิสตันบูล ไปคัปปาโดเกียจะใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งสามารถลงได้ 2 สนามบิน ได้แก่ Nevsehir Kapadokya Airport (NEV) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเกอเรเม่ (Goreme) ประมาณ 40 นาที และ สนามบิน Kayseri Erkilet International Airport (ASR) ซึ่งห่างจากเมืองเกอเรเม่ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที 

 

แอดไลน์เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

เพิ่มเพื่อน

SHARES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ของเรา

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า